ธปท. ยกระดับกำหนดวงเงินโอนและชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลสำหรับเยาวชน 10-18 ปี ไม่เกิน 3 พัน-1 หมื่นบ./วัน สกัดมิจฉาชีพหลอกเปิดบัญชีม้า
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ของเยาวชน เป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ธปท.จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน และได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ดังนี้
-ลูกค้าในกลุ่มเยาวชนอายุ 10–12 ปี บัญชี e-Money กำหนดวงเงินโอนหรือชำระเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน
-ลูกค้าในกลุ่มเยาวชนอายุ 12–15 ปี บัญชี e-Money และบัญชีเงินฝากธนาคาร (ช่องทางดิจิทัล) กำหนดวงเงินโอนหรือชำระเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
-ลูกค้าในกลุ่มเยาวชนอายุ 15–18 ปี บัญชี e-Money และบัญชีเงินฝากธนาคาร (ช่องทางดิจิทัล)กำหนดวงเงินโอนหรือชำระเงินไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน
นอกจากนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Mobile Application คอลเซนเตอร์ และสาขา สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดไว้ข้างต้นให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.2569 และ ต.ค. ตามลำดับ
ธปท. คาดหวังให้การยกระดับมาตรการครั้งนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครอง สร้างความเข้าใจแก่บุตรหลาน ว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี มีความเสี่ยงที่บัญชี จะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งมีผลทางกฎหมาย ซึ่ง ธปท.จะติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์