เริ่มแล้ววันนี้! มาตรการบังคับใช้กฎหมายเข้ม หลังสตช.เชื่อมฐานข้อมูล "ใบสั่งค้างชำระ" กับกรมการขนส่งทางบก ชี้หากพ้นระยะเวลาเตือนแล้วยังไม่จ่าย ชำระภาษีประจำปีได้ แต่จะได้เพียง "เอกสารชั่วคราว" จนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน ชูระบบใหม่เช็กข้อมูลได้ ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
วันนี้ (1 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามาตรการใหม่ในการเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรกับการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ได้เริ่มมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันนี้ (1 ส.ค.) เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายจราจร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ขับขี่ และสร้างวินัยการใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืน
สำหรับขั้นตอนและกระบวนการทำงานภายใต้ระบบใหม่นี้ เมื่อผู้ขับขี่กระทำผิดกฎจราจรและได้รับใบสั่ง แต่ยังไม่ได้ดำเนินการชำระค่าปรับตามกำหนด เจ้าพนักงานจราจรจะส่งหนังสือแจ้งเตือนตามขั้นตอนที่กฎหมายระบุไว้ ซึ่งกระบวนการแจ้งเตือนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 60 ถึง 90 วัน
หากพ้นระยะเวลากำหนดดังกล่าวแล้ว ผู้กระทำผิดยังคงเฉยเมยและไม่มีการชำระค่าปรับให้เรียบร้อย ข้อมูลใบสั่งค้างชำระดังกล่าวจะถูกส่งเชื่อมโยงไปยังระบบของกรมการขนส่งทางบกโดยอัตโนมัติทันที ค้างค่าปรับต่อภาษีได้ แต่ได้แค่ "ป้ายชั่วคราว"
ในส่วนของการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่า เจ้าของรถที่มีใบสั่งค้างชำระยังคงสามารถเดินทางไปดำเนินการชำระภาษีประจำปีได้ตามปกติ แต่จะยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายภาษีฉบับจริง) โดยเจ้าหน้าที่จะออก "เอกสารชั่วคราว" ให้ใช้งานแทน ซึ่งมีอายุตามที่กฎหมายกำหนด จนกว่าผู้ถือครองรถจะทำการชำระค่าปรับจราจรที่ค้างอยู่ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ จึงจะสามารถมารับป้ายภาษีฉบับจริงได้
นอกจากนี้ เพื่อความเป็นธรรมและความโปร่งใส ระบบฐานข้อมูลใหม่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ใช้รถสามารถเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดใบสั่งของตนเองได้ ทั้งสืบค้นสำเนาหนังสือแจ้งเตือน หลักฐานการจัดส่งทางไปรษณีย์ รวมถึงข้อมูลของเจ้าพนักงานผู้ออกใบสั่ง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความถูกต้องและสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างเปิดเผย