xs
xsm
sm
md
lg

แทบไม่ต้องค้าขายกันแล้ว!สหรัฐฯแบนเพิ่มบริษัทจีนอีก43แห่ง กล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนอุยกูร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สหรัฐฯเมื่อวันศุกร์(31ก.ค.) แบนนำเข้าจากบริษัทจีนเพิ่มเติมอีก 43 แห่ง ตามคำกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ เล็งเป้าเล่นงานบรรดาบริษัทในห่วงโซ่อุปทานต่างๆ ไล่ตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงอาหารและโลหะ ตามรายงานของรอยเตอร์สอ้างอิงประกาศของรัฐบาล

บริษัททั้งหลายเหล่านี้ถูกเพิ่มเติมเข้าไปในบัญชีรายชื่อองค์กรภายใต้กฎหมายป้องกันการใช้แรงงานบังคับของชาวอุยกูร์ (Uyghur Forced Labor Prevention Act Entity List) ซึ่งตั้งข้อสันนิษฐานว่าสินค้าที่ผลิตทั้งหมดหรือบางส่วนโดยบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เหล่านี้นั้น ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ และไม่สามารถนำเข้าสู่ดินแดนของสหรัฐฯได้ จนกว่าบรรดาผู้นำเข้าจะสามารถพิสูจน์เป็นอย่างอื่น

ปักกิ่งออกมาปฏิเสธเป็นประจำต่อคำกล่าวหาใช้แรงงานบังคับและล่วงละเมิดอื่นๆกับชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอื่นๆในมณฑลซินเจียง

ประกาศที่เผยแพร่โดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มรายชื่อบริษัทต่างๆ เข้าไปในบัญชีดังกล่าวภายใต้รัฐบาลของทรัมป์ ทำให้จำนวนบริษัททั้งหลายอยู่ในบัญชีดำนี้เพิ่มจาก 144 แห่ง เป็น 187 แห่ง นับเป็นเพิ่มรายชื่อหนเดียวครั้งใหญ่ที่่สุด นับตั้งแต่มีการลงนามบังคับใช้กฎหมายทกำหนดให้จัดทำบัญชีดังกล่าวเมื่อปี 2021

กระทรวงพาณิชย์จีนในวันเสาร์(1ส.ค.) ประณามความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯว่าเป็นมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ไม่มีมูลความจริง และบอกว่ามันมีออกมาเพียงวันเดียวหลังจากเจ้าหน้าที่การค้าจากทั้ง 2 ชาติได้พูดคุยวิดีโอคอลล์ ในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ "จีนจะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องบริษัทต่างๆของตนเอง" แต่ทางกระทวงฯไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

2 บริษัทที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าว โดนกล่าวหาในสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯบอกว่าทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ซินเจียงในการสรรหา ขนย้ายหรือรับตัวชาวอุยกูร์และกลุ่มอื่น ๆ ที่ถูกกดขี่ข่มเหง

ประกาศของรัฐบาลกลางระบุว่าอีก 41 แห่งถูกเพิ่มเติมเข้าไปในรายชื่อ เพราะว่าใช้วัสดุที่มีต้นทางจากซินเจียงหรือบริษัทต่างๆที่มีความเชื่อมโยงกับโครงการแรงงานของรัฐบาลในพื้นที่ "ความเคลื่อนไหวในวันนี้ของรัฐบลทรัมป์ เป็นการเสริมความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจของอเมริกาต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ผลิตโดยใช้แรงงานทาส" ส.ส.จอห์น มูเลนาร์ ประธานว่าคณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องจีนแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุในถ้อยแถลง

สถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ตอบโต้กลับในวันศุกร์(31ก.ค.) ระบุข้อกล่าวหาต่างๆเหล่านี้ "เป็นคำโกหก" และบอกว่ากฎหมายจีนห้ามแรงงานบังคับและคนงานทั้งหลายในซินเจียง มีอิสระเลือกอาชีพของตนเอง

ในบรรดาบริษัทที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว ในนั้นรวมถึงซัพพลายเออร์ที่จัดหาวัสดุต่างๆที่ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรีสำรองพลังงาน อาทิ SDIC Xinjiang Lithium Industry, SDIC Xinjiang Luobupo Potash, Xinjiang Tianhongji Technology, Hunan Aihua Group และ Chacha Food

(ที่มา:รอยเตอร์ส)