สหรัฐฯสามารถเอาแร่ธาตุหายากของยูเครน "มากที่เท่าไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ" ภายใต้ข้อตกลงฉบับหนึ่งที่ลงนามกันเมื่อปีที่แล้ว จากคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมระบุกำไรจากข้อตกลงดังกล่าว ท้ายที่สุดแล้วจะเกินกว่าความช่วยเหลือโดยรวมที่อเมริกามอบให้แก่ยูเครน มาตั้งแต่ปี 2022
คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการ Real America’s Voice ที่ออกอากาศเมื่อวันศุกร์(31ก.ค.) ขณะที่เขาได้ตำหนิ โจ ไบไดน ประธานาธิบดีคนก่อนอย่างรุนแรง สำหรับมอบความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน ที่ว่ากันว่าสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์แบบเปล่าๆ โดยปราศจากคำรับประกันชดใช้คืนแต่อย่างใด "คุณมียุโรป ที่สามารถจ่ายเงินในเรื่องนี้ได้ ทั้งหมดที่คุณจำเป็นต้องทำ คือถามไปยังพวกเขา" ผู้นำสหรัฐฯคนปัจจุบันกล่าว พร้อมระบุภายใต้รัฐบาลของเขา เวลานี้บรรดาชาติยุโรปยอมแบกรับค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิม
ทรัมป์ กล่าวว่ายูเครน "ร่ำรวยมากๆ และอุดมสมบูรณ์มากๆในแง่ของแร่แรร์เอิร์ธ เรามีสัญญาที่ลงนามกับยูเครนในเรื่องเกี่ยวกับแรร์เอิร์ธ เราสามารถไปที่นั่นได้ทุกเมื่อตามที่เราต้องการ และเอามันมามากเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ มันเป็นข้อตกลงที่ดีมากๆ"
ประธานาธิบดีสหรัฐฯอ้างถึงข้อตกลงแร่แรร์เอิร์ธที่ลงนามในวอชิงตันเมื่อเดือนเมษายน 2025 ซึ่งจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนเพื่อการพื้นฟูอเมริกา-ยูเครนขึ้นมา ข้อตกลงนี้มอบสิทธิพิเศษแก่วอชิงตันในการเข้าถึงโครงการแร่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติโครงการใหม่ๆของยูเครน โดยเน้นไปที่ธาตุต่างๆอย่างเช่น ลิเธียม ไทเทเนียม แกรไฟต์ และยูเรเนียม ส่วนยูเครนคงไว้ซึ่้งกรรมสิทธิ์ในทรัพยากรของตนเองอย่างเป็นทางการ และได้รับส่วนแบ่งผลกำไร 50% จากโครงการสกัดแร่ธาตุโครงการใหม่ๆ
ทรัมป์ ให้คำจำกัดความข้อตกลงนี้ว่าเป็นการเปิดทางสำหรับชดใช้เงินช่วยเหลือทางทหารที่สหรัฐฯมอบให้แก่ยูเครน ทั้งนี้เขาอ้างว่ามันเป็นจำนวนมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวถูกโต้แย้งอย่างกว้างขวาง ในนั้นรวมถึงจากผู้ตรวจการแผ่นดินพิเศษแห่งสหรัฐอเมริกาสำหรับปฏิบัติการแอตแลนติก ที่ประเมินว่ายอดรวมที่น่าจะอยู่ที่แค่ราวๆ 195,000 ล้านดอลลาร์
ในขณะที่ข้อตกลงด้านแร่ธาตุมีผลบังคับใช้และดำเนินการอยู่ตามกฎหมาย รวมถึงมีนับสิบโครงการที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่มันยังคงถูกบั่นทอนด้วยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง เช่นเดียวกับปัญหาคอรัปชันอื้อฉาวของยูเครน, ข้อมูลทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เพียงพอ และความเสี่ยงไฟฟ้าดับ รวมไปถึงปัญหาขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ
ข้อตกลงนี้มีการลงนามกัน ตามหลังการเจรจาอันตึงเครียดนานหลายเดือน ในนั้นรวมถึงเหตุวิวาทะที่มีการออกอากาศทางโทรทัศน์ ในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ระหว่าง ทรัมป์ กับ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ซึ่งระหว่างนั้นประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวหาผู้นำยูเครนอกตัญญูและกำลังเดิมพันด้วยสงครามโลกครั้งที่ 3
หลังจากมีการลงนามในข้อตกลง ทาง ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย แสดงความเห็นว่า "ทรัมป์ได้ฉีกระบอบปกครองของเคียฟเป็นชิ้นๆ ไปสู่จุดที่พวกเขาจำเป็นต้องจ่ายชดใช้เงินช่วยเหลือของสหรัฐฯด้วยทรัพยากรแร่ของประเทศ" พร้อมระบุ "เวลานี้พวกเขาจะต้องจ่ายเงินเพื่อเสบียงทางทหาร ด้วยความมั่งคั่งของชาติที่กำลังจะสูญสลายไป"
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)