MGR Online - “ฟิล์ม รัฐภูมิ” พร้อมทนาย เข้าพบดีเอสไอ รับทราบข้อหาคดี Forex โยงเส้นทางการเงินกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทำเพียงระบบให้บริการ
ภายหลังจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย ซึ่งมีรายชื่อนักการเมืองและนักแสดงร่วมด้วยอีก 2 ราย คือ 1.นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน 2.นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ในคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ในความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน นั้น
วันนี้ (3 ส.ค.) เวลา 10.35 น. ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารซี (C) ชั้น 2 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” นักแสดงชายชื่อดัง พร้อม ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ในคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณีพบข้อมูลความเกี่ยวข้องทางธุรกรรมกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มโบรกเกอร์ในเครือข่าย และยังพบรายการรับโอนเงินจากนายภูริทัต (สงวนนามสกุล) จำนวน 6,000,100 บาท เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.57 โดยมียอดรวมมูลค่าธุรกรรมสะสม 142,919,860.13 บาท
นอกจากนี้ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ยังมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ บริษัท HF Markets (SV) Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน เนื่องด้วยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมีการจดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore (กลุ่มประเทศนอกชายฝั่ง) โดยนอกเหนือจากในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ก็ยังมีการจดทะเบียนในหมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์ สหราชอาณาจักร เกาะเคย์แมน โดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ลงทุนอาจประสบปัญหาในการใช้สิทธิตามกฎหมายและการติดตามทรัพย์สินคืนได้ ทำให้นักแสดงชายถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโบรกเกอร์รับเทรด เป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการตั้งประเด็นไว้เตรียมสอบถามว่าเส้นทางการเงินดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด และมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HF Markets (SV) Ltd อย่างไรบ้าง
โดย ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช เปิดเผยก่อนพานายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า วันนี้ตนพาลูกความมาพบพนักงานสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งจะต้องชี้แจงทุกประเด็นที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมมาทั้งหมด ส่วนถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเอกสารบางก็จะมานำส่งให้ภายหลัง นอกจากนี้ กรณีที่เป็นข้อพิพาทด้านข่าวต่างๆ ไม่เกี่ยวข้องกับนายรัฐภูมิ เช่น บริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ต่างๆ ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ไม่ได้เกี่ยวกับกระบวนการ ซึ่งพนักงานสอบสวนคงมีหลักฐานเรื่องเส้นทางการเงินที่มาจากบริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ ที่โอนเข้าผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ และเงินก็ถูกโอนออก ดังนั้น การที่บอกว่ามีการกระทำการฉ้อโกงนั้นต้องดูว่าจำนวนเงินนั้นๆ ไปถึงผู้ใดบ้าง ซึ่งเชื่อว่าพนักงานสอบสวนสามารถติดตามได้อยู่แล้ว และไม่เกี่ยวกับนายรัฐภูมิ
ทนายประมาณ เผยด้วยว่า เรื่องที่มีกระแสข่าวว่านายรัฐภูมิ รับโอนเงินจากนายภูริทัต จำนวน 142 ล้านบาทนั้น คนพูดอาจไม่ได้กุ แต่ไม่รู้ใครกุข่าวขึ้นมา แล้วเอาตัวเลขจากไหนมาผูกมาพันกันหมดแบบนี้กลายเป็น 142 ล้านบาท เพราะตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ ซึ่งจะรู้ก็ต่อเมื่อฟังในสิ่งที่พนักงานสอบสวนกล่าวหามาก่อนว่ามีตัวเลขอะไรบ้าง
ทนายประมาณ เผยอีกว่า ตนมองว่าพื้นฐานการจะออกหมายจับใครนั้น ก็ต้องมีมูลว่าผู้ต้องหาจงใจหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ ซึ่งตามหลักการทั่วไป ต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ครั้ง หาก 2 ครั้งยังไม่มา ก็คือการจงใจขัดหมายเรียก มีพฤติการณ์จะหลบหนี แบบนี้ถึงจะขอศาลออกหมายจับได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้เราขอดูข้อกล่าวหาและหลักฐานก่อน ว่าเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็ตามแค่กับข่าวที่ออกมา ยืนยันว่าชี้แจงได้หมด เพราะเราก็ตรวจสอบแล้วว่าในช่วงเวลานั้นๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราเลย
ด้าน นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม กล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่บอกว่าตนเกี่ยวข้องกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แต่คงอาจมีเส้นทางการเงินที่อาจจะมาเกี่ยวโยงกับตัวบริษัทที่ตนเป็นกรรมการอยู่ แต่ย้ำว่าตนไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนใครลงทุน และไม่เคยเกี่ยวข้องกับทุกชื่อที่เป็นข่าว ซึ่งก็ทำให้อาจมีการเข้าใจผิดได้ เพราะจริงๆ แล้วตนเป็นเพียงผู้ทำระบบการบริการเท่านั้น โดยหากย้อนดูตามข่าวจะเห็นว่ามีกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ที่มาติดต่อในส่วนของบริษัทตน เพื่อทำการเชื่อมต่อ ติดต่อ หรือเรื่อง Know-how ความรู้ต่างๆ
“ยังไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนมองในประเด็นใด หรือเจาะจงไปที่บริษัทแห่งไหน เพราะเป็นกรรมการในหลายบริษัทที่รับทำระบบ โดยวันนี้มีเอกสารสำหรับประกอบการชี้แจงครบถ้วน อาทิ เอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) ตั้งแต่ปี 2566-2569 เป็นต้น เพื่อที่พนักงานสอบสวนจะได้ดูเลยว่าเรามียอดเงินรับโอน-จ่ายออกกับบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด จริงหรือไม่ เพราะชี้แจงได้หมดว่าเงินเหล่านั้นโอนไปที่ไหน ส่วนเหตุใดบริษัทโบรกเกอร์ถึงเลือกติดต่อทำกับบริษัทตัวเองนั้น ก็เพราะว่าทุกคนรู้ดีว่าบริษัททำเกี่ยวกับเรื่องซอฟท์แวร์อยู่แล้ว ทั้งนี้ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเก่าอย่าง Forex-3D ซึ่งก็คงมีการเข้าใจผิดในเรื่องของการสื่อสารข่าว”
นายรัฐภูมิ เผยต่อว่า สำหรับความเกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด นั้น ตนยืนยันว่าทั้ง 2 บริษัท ไม่ใช่บริษัทของตนเอง ส่วนเหตุผลว่าทำไมดีเอสไอเปิดเผยผังการสืบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเอง ก็จะขอขึ้นไปฟังข้อมูลจากพนักงานสอบสวนก่อน และตนก็ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท QRS Global หรือ น.ส.มัลลิกา (ผู้บริหารบริษัท QRS) เช่นเดียวกัน ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับโค้ชเจมส์อีกด้วย จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงมีชื่อของตนเองในสำนวนของดีเอสไอ
ขณะที่ ในส่วนของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 แก่นายภาวุธ หลังจากเมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 ที่ผ่านมา นายภาวุธ ได้มอบอำนาจให้ทีมงาน คือ นายอภิเชษฐ ถาบุตร เข้ายื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 จากเดิมวันที่ 31 ก.ค.69 ไปเป็นวันที่ 3 ส.ค.69 แทน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เห็นหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ดังกล่าว และตนเองติดประชุมกรรมาธิการ จึงประสงค์ขอเลื่อน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็รับทราบให้เลื่อน โดยนัดหมายเตรียมเข้าพบในเวลา 14.00 น. วันนี้