ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับ ชุด PCT5 ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดยุทธการบินลัดฟ้าล่าแก๊งสแกมเมอร์ถึงเชียงใหม่ รวบตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย หลังสวมรอยเป็นคู่ค้าธุรกิจหลอกเงินกว่า 1.94 ล้านบาท พร้อมเร่งติดตามจับกุมเพิ่มอีก 2 ราย
วันนี้ (3 ส.ค.) ตำรวจภูธรภาค 9 แถลงผลการสืบสวนจับกุมขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ก่อเหตุหลอกลวงภาคธุรกิจด้วยวิธีปลอมแปลงอีเมล หรือ Business Email Compromise (BEC) สวมรอยเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ ส่งอีเมลแจ้งเปลี่ยนบัญชีรับชำระเงิน ก่อนหลอกให้นิติบุคคลโอนเงินเข้าบัญชีที่กลุ่มผู้ต้องหาจัดเตรียมไว้ สร้างความเสียหายรวมกว่า 1.94 ล้านบาท
โดย พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 สั่งการให้ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 นำกำลังชุดสืบสวน บก.สส.ภ.9 เปิดปฏิบัติการ “บินลัดฟ้า” เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับชุด PCT5 ตำรวจภูธรภาค 5 หลังศาลจังหวัดนาทวีออกหมายจับผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2569 ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ในวันที่ 31 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ใช้เวลาสืบสวนเพียง 8 วันนับจากรับแจ้งความ พร้อมอยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายที่เหลืออีก 2 ราย
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนคดี Business Email Compromise (BEC) หรือการปลอมแปลงอีเมลสวมรอยเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ ส่งอีเมลแจ้งเปลี่ยนบัญชีรับชำระเงิน หลอกให้บริษัทผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีที่กลุ่มผู้ต้องหาจัดเตรียมไว้ สร้างความเสียหายรวม 1,941,839.70 บาท โดยมีผู้เสียหายอย่างน้อย 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอส.ไอ.เอส อินเตอร์มาร์เก็ต จำกัด และบริษัท เอสเคเอ โลจิสติกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ เลือกเป้าหมายเป็นบริษัทที่ทำธุรกรรมกับต่างประเทศ ใช้วิธีสร้างอีเมลปลอมที่มีชื่อและโดเมนใกล้เคียงกับอีเมลของคู่ค้าจริง พร้อมใช้ข้อมูลการซื้อขายและยอดเงินที่ถูกต้องตรงกับธุรกรรมจริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้ฝ่ายบัญชีโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทที่ผู้ต้องหาจัดเตรียมไว้ จากนั้นเร่งถอนเงินสดออกจากระบบและส่งต่อภายในเครือข่าย เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
ตำรวจภูธรภาค 9 อยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ พร้อมเตือนผู้ประกอบการและฝ่ายบัญชีทุกองค์กรให้เพิ่มความรอบคอบในการทำธุรกรรม โดยตรวจสอบชื่ออีเมลและชื่อโดเมนของผู้ส่งอย่างละเอียด หากได้รับการแจ้งเปลี่ยนแปลงบัญชีรับชำระเงิน ต้องยืนยันข้อมูลกับคู่ค้าผ่านช่องทางติดต่อเดิมทุกครั้ง และไม่ควรโอนเงินไปยังบัญชีใหม่โดยไม่ได้ตรวจสอบ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางไซเบอร์