MGR Online - รัฐบาลกัมพูชากล่าวว่าความพยายามทางการทูตของประเทศในการผลักดันการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนกับไทยยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง และจากความพยายามดังกล่าวทำให้ประชาคมระหว่างประเทศเริ่มตระหนักมากขึ้นถึงสิ่งที่กัมพูชาเรียกว่าเป็นการรุกรานของไทยตามแนวชายแดน
เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าวว่านายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ให้ความสำคัญกับการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และพลเมืองเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดผ่านการมีส่วนร่วมทางการทูต
“นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในความพยายามทางการทูตเพื่อปกป้องอธิปไตย บูรณภาพดินแดน และประชาชนของประเทศ โดยปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้ในลำดับความสำคัญสูงสุด” เพ็ญ โบนา กล่าว
กัมพูชาอ้างว่านับตั้งแต่การหยุดยิงครั้งที่ 2 มีผลในวันที่ 27 ธ.ค. 2568 สำนักเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐของกัมพูชาได้ส่งหนังสือทางการทูต 10 ฉบับไปยังไทย เพื่อขอให้มีการประชุมสมัยพิเศษของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม และการส่งทีมสำรวจร่วม
เพ็ญ โบนา กล่าวอ้างว่าข้อเสนอและความมุ่งมั่นของกัมพูชาที่จะแก้ไขปัญหาอย่างสันติภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศได้ช่วยให้ประชาคมโลกเข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น
เขาย้ำข้อกล่าวหาว่า ไทยได้ยึดครองดินแดนกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย และขัดขวางไม่ให้พลเมืองผู้พลัดถิ่นประมาณ 20,000 คนกลับบ้าน ซึ่งไทยได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว
โฆษกรัฐบาลกัมพูชายังกล่าวอีกว่า ทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติได้ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนที่ได้รับผลกระทบ สังเกตบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด และสิ่งกีดขวางตามแนวชายแดน
แอนดรูว์สระบุว่ากฎหมายระหว่างประเทศรับประกันสิทธิของผู้พลัดถิ่นที่จะกลับถิ่นฐานอย่างปลอดภัย ซึ่งกัมพูชาระบุว่าเป็นหลักการที่สะท้อนในข้อตกลงหยุดยิงเดือนธ.ค.
โฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าวเสริมว่าสมัชชารัฐสภาแห่งกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสได้มีมติเมื่อเดือนที่แล้ว โดยยืนยันการสนับสนุนอธิปไตยของกัมพูชา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือน การพลัดถิ่น และรายงานความเสียหายต่อสถานที่ทางวัฒนธรรม.