40 เก้าอี้ผอ.เขต สะเทือน ขรก.ครูร้อง สพฐ.โยก ผอ.เขตฯ ฟ้าผ่า คนในจับตา “สีน้ำเงิน” ทยอยเข้า อีกขั้วทยอยออก จี้ “ประเสริฐ” แจง รู้เห็นเป็นใจหรือปล่อยเกมการเมืองจัดทัพการศึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งและโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 40 ตำแหน่ง กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการศึกษาและการเมือง หลังมีเสียงร้องเรียนจากข้าราชการครูตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสม ความเป็นธรรม และความโปร่งใสของกระบวนการแต่งตั้ง
แหล่งข่าวในวงการศึกษาระบุว่า การปรับย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า ขณะเดียวกันยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการแต่งตั้งบุคลากรระดับศึกษาธิการภาค ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีความใกล้ชิดกับเครือข่ายทางการเมือง จนนำไปสู่คำถามว่าการบริหารงานบุคคลยังยึดหลักระบบคุณธรรม หรือมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อการแต่งตั้งศึกษาธิการภาคเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการโยกย้าย ผอ.สพท.กว่า 40 ราย จึงยิ่งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นการ “จัดทัพ” บุคลากรภายในกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีข้อกล่าวอ้างในหมู่ผู้วิจารณ์ว่าเป็นการเปิดทางให้บุคคลที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับ “ค่ายสีน้ำเงิน” เข้ามามีบทบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กระแสข้อกังขาดังกล่าวส่งแรงกดดันไปยังนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ชี้แจงว่ารับทราบหรือมีบทบาทในการกำกับดูแลการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มากน้อยเพียงใด รวมถึงชี้แจงว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามระบบคุณธรรมและหลักเกณฑ์ของราชการ หรือมีเหตุผลอื่นที่ทำให้เกิดการปรับย้ายครั้งใหญ่พร้อมกัน
นอกจากนี้ ยังมีข้อเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยหลักเกณฑ์ เหตุผล และกระบวนการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายอย่างละเอียด เพื่อให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้ และลดข้อครหาว่าการบริหารงานบุคคลอาจถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการจัดวางอำนาจทางการเมือง
ขณะเดียวกัน กระแสดังกล่าวยังสะท้อนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ภารกิจ ดร.วิชาญ เกษเพชร” โพสต์ข้อความว่า “เราเคารพนาย เราให้เกียรตินาย แต่นายทำให้พวกเราหมดกำลังใจและสิ้นหวัง” พร้อมข้อความสื่อถึงความผิดหวังต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งถูกตีความว่าเป็นเสียงสะท้อนจากบุคลากรในแวดวงการศึกษาต่อการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังไม่ได้ชี้แจงต่อข้อร้องเรียนและข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ทำให้ประเด็นนี้ยังคงถูกจับตาทั้งในมิติการบริหารงานบุคคลและผลกระทบทางการเมืองภายในกระทรวงศึกษาธิการ