ชาวบ้านในจังหวัดคุมาโมโตะทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ได้นำเศษซากปรักหักพังออกมาวางไว้รอการเก็บรวบรวม ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่ดังกล่าวท่ามกลางอากาศร้อนจัด
ความร้อนและการขาดแคลนน้ำได้เพิ่มความท้าทายในพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้เดินทางไปเยือนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ริกเตอร์ในจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม
เจ้าหน้าที่จังหวัด ระบุในวันจันทร์ (3 ส.ค.) ว่ามีผู้เสียชีวิต 38 รายจากเหตุแผ่นดินไหว รวมถึงผู้เสียชีวิต 1 รายจากภาวะเป็นลมแดดขณะหลบภัยในรถยนต์ท่ามกลางอากาศร้อนจัด และอีก 1 รายที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิต
ชาวบ้านนำเศษซาก เฟอร์นิเจอร์ที่แตกหัก และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายมาทิ้งไว้รอการเก็บไป ขณะที่ในเมืองอุกิและฮิคาว่า การก่อสร้างที่พักชั่วคราวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
กว่า 46,000 ครัวเรือนยังคงไม่มีน้ำใช้ และหลายแห่งยังประสบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง เนื่องจากภูมิภาคนี้เผชิญกับอากาศร้อนจัด ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากความร้อน
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นใกล้ 40 องศาเซลเซียสในวันจันทร์
ประชาชนกว่า 8,500 คนยังคงอาศัยอยู่ในที่พักพิงฉุกเฉินที่แออัด เช่น ศูนย์ชุมชน โรงยิมของโรงเรียน และห้องเรียน ซึ่งหลายแห่งไม่มีเครื่องปรับอากาศ บางส่วนนอนในรถยนต์ที่ลานจอดรถของศาลากลางและสวนสาธารณะ หรือนอนบริเวณนอกบ้านของตนเอง
ผู้เชี่ยวชาญเตือนมานานแล้วว่า การจัดหาที่พักพิงที่ไม่เพียงพอจะนำไปสู่สภาพแออัด ขาดสุขอนามัย และความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้คนที่ถูกบังคับให้ต้องออกจากบ้านหลังจากภัยพิบัติ
ในวันจันทร์ นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ไปเยี่ยมที่พักพิงที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งมีเตียงกระดาษแข็ง ฉากกั้น และเครื่องปรับอากาศ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียว่า การเยี่ยมชมของเธอบิดเบือนความเป็นจริง
ขณะเดียวกัน บริษัทที่เป็นเจ้าของร้านค้าทั่วไปในห้างสรรพสินค้าที่พังถล่มยอมรับว่าได้สั่งให้พนักงานสองคนที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในภายหลัง กลับเข้าไปในอาคารเพื่อนำเงินรายได้จากการขายไปเก็บไว้ในตู้นิรภัย
เมื่อวันอาทิตย์ ผู้บริหารสองคนของบริษัทฮาบิตะ ผู้ประกอบการร้านค้าทั่วไปในท้องถิ่น ที่มีร้านค้าอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าอิออนที่พังถล่มในเมืองคาชิมะ ได้เข้าร่วมงานศพของหนึ่งในสองผู้เสียชีวิต คือ คุรุมิ โอตาเกะ อายุ 22 ปี พร้อมขอโทษพ่อแม่ของเธอสำหรับการเสียชีวิต
โกจิ ยูเซะ ผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท ยอมรับว่าบริษัทได้สั่งให้ทั้งสองคนนำเงินรายได้จากการขายไปเก็บไว้ในตู้นิรภัยหากเป็นไปได้
“ฉันหวังว่าจะมีใครสักคนหยุดเธอไว้ ลูกสาวของฉันจะไม่กลับมาแล้ว” แม่ของโอตาเกะกล่าวทั้งน้ำตา
ผู้บริหารห้างสรรพสินค้ากล่าวว่าเชื่อว่าการระเบิดเกิดจากแก๊สรั่ว และเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ซื้อสินค้าประมาณ 3,000 คนถูกอพยพไปยังลานจอดรถหลังเกิดแผ่นดินไหว แต่พนักงานบางส่วนยังคงอยู่ภายในห้าง ด้านหน่วยกู้ภัยพบผู้รอดชีวิต 5 คน และศพอีก 7 คนจากห้างสรรพสินค้า
ทางการระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 114 คนทั่วจังหวัดคุมาโมโตะ
จังหวัดคุมาโมโตะรายงานว่าบ้านเรือนประมาณ 700 หลังถูกทำลาย และอาคารมากกว่า 11,300 หลังได้รับความเสียหาย
ที่มา เอพี