xs
xsm
sm
md
lg

ปรับครม. เขย่าเก้าอี้ใหม่ เกลี่ยผลประโยชน์ให้ลงตัว ไม่ช่วยกู้ภาพลักษณ์ 'อนุทิน'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปรับครม. เขย่าเก้าอี้ใหม่
เกลี่ยผลประโยชน์ให้ลงตัว
ไม่ช่วยกู้ภาพลักษณ์ 'อนุทิน'


กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปะทุขึ้นเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จากเดิมที่มีการประเมินกันว่าการปรับทีมรัฐมนตรีอาจเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลบริหารงานครบ 1 ปี แต่สถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้กลับทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า การปรับ ครม.อาจเกิดขึ้นก่อนกำหนด และอาจเร็วกว่าช่วงเวลาครบรอบ 6 เดือนของรัฐบาลในเดือนตุลาคมด้วยซ้ำ

เหตุผลสำคัญมาจากแรงกดดันรอบด้านที่รัฐบาลกำลังเผชิญ ทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อประสิทธิภาพการทำงานของรัฐมนตรีบางกระทรวง ภาพลักษณ์ของรัฐบาลที่ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้เต็มที่ รวมถึงปัญหาความเคลื่อนไหวภายในพรรคภูมิใจไทยเอง ซึ่งเริ่มปรากฏสัญญาณความไม่ลงตัวในการจัดสรรบทบาทและตำแหน่งทางการเมือง

ในทางการเมือง การปรับคณะรัฐมนตรีมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปรับปรุงภาพลักษณ์ของรัฐบาล เปลี่ยนตัวบุคคลที่ถูกมองว่าเป็นจุดอ่อน และเติมคนที่มีศักยภาพเข้ามาขับเคลื่อนงานให้รวดเร็วขึ้น สำหรับนายอนุทิน การปรับ ครม. จึงอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นใหม่ว่ารัฐบาลยังสามารถเดินหน้าต่อได้ และพร้อมแก้ไขจุดอ่อนที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการบริหารประเทศ

อย่างไรก็ตาม การปรับคณะรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์ทางการเมืองของนายอนุทินจะกลับมาดีขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะเบื้องหลังการปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีอาจไม่ได้มีเพียงเหตุผลเรื่องประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น หากยังเกี่ยวข้องกับสมการอำนาจและการจัดสรรผลประโยชน์ภายในพรรคภูมิใจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากย้อนกลับไปดูการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในช่วงตั้งรัฐบาล จะเห็นว่ามีความพยายามสร้างสมดุลระหว่างกลุ่มการเมืองหลายกลุ่ม แต่ในทางปฏิบัติกลับเกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรค เมื่อแกนนำบางส่วนมองว่าการจัดสรรตำแหน่งยังไม่สะท้อนผลงานของผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนพรรค จึงเกิดแรงกดดันให้มีการทบทวนการจัดวางบุคคลในคณะรัฐมนตรี

ดังนั้น หากมีการปรับ ครม. เกิดขึ้นจริง ปัจจัยภายในพรรคภูมิใจไทยจะเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่นายอนุทินต้องบริหารจัดการ เพราะการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐบาล แต่ยังเป็นการจัดสมดุลระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ภายในพรรค เพื่อลดแรงกดดันและคลี่คลายความไม่พอใจที่สะสมอยู่

ทั้งนี้ หากการปรับ ครม. ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าการคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสม อาจไม่ได้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์รัฐบาลมากนัก ตรงกันข้าม อาจกลายเป็นประเด็นใหม่ที่ทำให้รัฐบาลถูกตั้งคำถามว่าเป็นเพียงการจัดสรรเก้าอี้ทางการเมือง มากกว่าการแก้ปัญหาประสิทธิภาพการบริหารประเทศ

ในอีกด้านหนึ่ง การไม่ปรับ ครม. เลยก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเช่นกัน เพราะรัฐมนตรีบางคนเริ่มถูกมองว่าขาดบทบาทในการผลักดันนโยบาย และเลือกทำงานแบบประคองตัวเอง ท่ามกลางแรงกดดันจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการจับตาจากสังคม

ท้ายที่สุด การตัดสินใจปรับ ครม. ของนายอนุทิน จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่าควรปรับหรือไม่ แต่คือการปรับเพื่ออะไร หากปรับเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหาร อาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้รัฐบาลได้ แต่หากเป็นเพียงการจัดสมดุลอำนาจภายในพรรค การปรับ ครม. ก็อาจไม่ต่างจากการเปลี่ยนตัวบุคคลโดยที่ปัญหาหลักยังคงอยู่