ผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสพบว่า คนอเมริกันเลือกพรรคเดโมแครตมากกว่าพรรครีพับลิกันในฐานะ "ผู้บริหารเศรษฐกิจที่ดีกว่า" เป็นครั้งแรกในรอบเกือบสิบปี นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า คะแนนความนิยมในการบริหารงานของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลดลงเหลือแค่ 35%
ผลสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นระหว่างวันพุธที่ 29 ก.ค. ถึง จันทร์ที่ 3 ส.ค. แสดงให้เห็นว่า การจัดการเศรษฐกิจของ ทรัมป์ รวมถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามอิหร่าน อาจส่งผลกระทบต่อโอกาสของพรรครีพับลิกันในการชนะศึกเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพ.ย. ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดอำนาจควบคุมสภาคองเกรสในอีก 2 ปีข้างหน้า
คะแนนความนิยมของ ทรัมป์ ลดลงจาก 37% ในผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสครั้งก่อนเมื่อเดือนที่แล้ว เหลือ 35% โดยสัดส่วนของชาวอเมริกันที่ให้คะแนนความนิยมแก่การดำรงตำแหน่งของเขานั้น ใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในสมัยของเขา
ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่ตอบแบบสำรวจประมาณ 37% กล่าวว่า พรรคเดโมแครตมีแนวทางที่ดีกว่าต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับ 36% ที่เลือกพรรครีพับลิกัน อีก 27% กล่าวว่า พวกเขาไม่แน่ใจ หรือคิดว่าพรรคอื่นจะทำได้ดีกว่า
พรรครีพับลิกันเคยได้เปรียบในด้านเศรษฐกิจตลอดระยะเวลาส่วนใหญ่ในวาระแรกของ ทรัมป์ ช่วงปี 2017-2021 เรื่อยมาจนถึงตลอด 4 ปีในอำนาจของประธานาธิบดี โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต และต่อเนื่องมาจนถึงวาระที่สองของทรัมป์ ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสที่สรุปในเดือน พ.ค. ปี 2017 ให้คะแนนพรรคเดโมแครตนำอยู่เล็กน้อย แม้ว่าคำถามจะแตกต่างออกไป โดยไม่มีตัวเลือกให้ผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาไม่แน่ใจ หรือคิดว่าพรรคอื่นจะทำได้ดีกว่า
ความได้เปรียบของพรรครีพับลิกันในด้านเศรษฐกิจลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงวาระปัจจุบันของทรัมป์ และลดลงจนเหลือ 0 ในเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากสถานะทางการเงินของครัวเรือนสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลในเดือน ก.พ. และสงครามที่คุกรุ่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ทรัมป์ ระบุว่า เขาสั่งการโจมตีและทำสงครามต่อเนื่องมาก็เพื่อทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน จำกัดความสามารถในการโจมตีคู่แข่งในภูมิภาค และสร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านโค่นล้มผู้นำทางศาสนาของตน ทว่าราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นกว่า 25% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยชาวอเมริกันต้องจ่ายเพิ่มเฉลี่ยมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อแกลลอนที่ปั๊มน้ำมัน
ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสซึ่งดำเนินการทางออนไลน์และทั่วประเทศ พบว่า 42% ของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงจะลงคะแนนให้พรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งสภาคองเกรส และ 37% จะลงคะแนนให้พรรครีพับลิกันหากการเลือกตั้งจัดขึ้นในวันนี้ และผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระในการสำรวจเลือกพรรคเดโมแครตมากกว่าพรรครีพับลิกันถึง 12%
ฝ่ายรีพับลิกันจะต้องพยายามปกป้องเสียงข้างมากที่มีอยู่แบบฉิวเฉียด ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. ที่จะถึงนี้
แม้ว่าผลสำรวจจะแสดงให้เห็นภาพของบรรยากาศทางการเมืองระดับชาติ แต่การเลือกตั้งสภาคองเกรสของสหรัฐฯ นั้นซับซ้อนกว่ามาก จากจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 435 ที่นั่ง คาดว่าจะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพียงประมาณ 34 ที่นั่ง ขณะที่ในวุฒิสภาคาดว่าจะมีการแข่งขันกันประมาณ 8 ที่นั่ง
ทรัมป์ ได้ปฏิเสธผลสำรวจความคิดเห็นที่แสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันไม่พอใจกับการเป็นผู้นำของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเช้าวันจันทร์ (3) ก่อนการเผยแพร่ผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอส เขาได้โพสต์ข้อความลงในบัญชี Truth Social ว่า "ตัวเลขผลสำรวจความคิดเห็นที่แท้จริงของผม ไม่ใช่ตัวเลขที่สื่อข่าวปลอมสร้างขึ้นมานั้น ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา"
ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส รวบรวมคำตอบจากผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 4,505 คน และมีค่าความคลาดเคลื่อน 2%
ที่มา: รอยเตอร์