xs
xsm
sm
md
lg

รัฐควัก 1.8 หมื่นล้าน อุ้มค่าไฟถนน กกพ.ไม่ลดสักสตางค์ “อรรถวิชช์” ฟาดถึงเวลายุบองค์กรมีไว้เพื่อใคร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“อรรถวิชช์” ฟาด กกพ. ไม่ลดค่าไฟ ทั้งที่รัฐแบกแทน 1.8 หมื่นล้าน ถอดค่าไฟถนนพ้นบิลประชาชน ชี้ ถึงเวลาทบทวนบทบาท-ยุบองค์กร

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า การเอาไฟถนน ออกจากบิลค่าไฟ 0.10 บาท ได้แล้ว โดยรัฐจ่ายให้แทนปีละ 18,000 ล้าน แต่ กกพ. กลับไม่ลดค่าไฟ ยังเสนอหน่วยละ 3.95 เท่าเดิม ควรยุบ กกพ.ได้แล้ว

จากประเด็นค่าไฟฟ้าที่ยังเป็นภาระของประชาชน แม้รัฐบาลจะตัดสินใจรับภาระค่าไฟสาธารณะ หรือค่าไฟถนนแทนประชาชน คิดเป็นวงเงินกว่า 18,000 ล้านบาทต่อปี จนสามารถถอดต้นทุนดังกล่าวออกจากบิลค่าไฟได้ราว 10 สตางค์ต่อหน่วย แต่กลับไม่ปรากฏข้อเสนอให้ปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าลง

ประเด็นดังกล่าวทำให้ ดร.อรรถวิชช์ ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่า ในเมื่อภาครัฐยอมรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทนประชาชนแล้ว คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ควรนำต้นทุนที่ลดลงมาสะท้อนในอัตราค่าไฟฟ้าทันที ไม่ใช่ยังคงเสนออัตราเดิมที่ 3.95 บาทต่อหน่วย

โดยก่อนหน้านี้ กกพ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการกำหนดค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 จำนวน 4 ทางเลือก โดย 3 ทางเลือกเป็นการปรับขึ้นค่าไฟ ส่วนอีก 1 ทางเลือก คือ การคงอัตราเดิมที่ 3.95 บาทต่อหน่วย แต่ไม่มีทางเลือกใดเสนอให้ลดค่าไฟลง ส่งผลให้เกิดคำถามจากหลายฝ่ายว่า เหตุใดต้นทุนบางส่วนที่ลดลงแล้วจึงยังไม่ถูกส่งผ่านไปถึงผู้ใช้ไฟฟ้า

นายอรรถวิชช์ มองว่า กกพ. ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการพลังงานและคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงาน แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏกลับสวนทางกับความคาดหวังของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าไฟยังเป็นภาระต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างระบบไฟฟ้าของประเทศที่ภาครัฐมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าลดลงเหลือต่ำกว่า 30% ขณะที่การผลิตส่วนใหญ่กว่า 70% อยู่ในมือภาคเอกชน พร้อมเสนอแนวคิดให้ยุบ กกพ. และโอนภารกิจรวมถึงบุคลากรไปอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อให้การกำหนดนโยบายและการกำกับดูแลเดินไปในทิศทางเดียวกัน

ล่าสุด นายอรรถวิชช์ ได้ข้อเสนอก็สะท้อนคำถามสำคัญที่สังคมกำลังจับตา คือ หากต้นทุนบางส่วนถูกนำออกจากบิลค่าไฟแล้ว เหตุใดประชาชนจึงยังไม่เห็นค่าไฟที่ลดลงอย่างเป็นรูปธรรม และองค์กรกำกับดูแลได้ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงานอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง

ดังนั้น คำถามนี้อาจสำคัญยิ่งกว่าการถกเถียงว่าจะ “ยุบ” หรือ “ไม่ยุบ” กกพ. เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่การปรับโครงสร้างองค์กร แต่คือค่าไฟที่สะท้อนต้นทุนจริง เป็นธรรม และตรวจสอบได้