เพจ **GreenNews** เผยแพร่สรุปผลการเจรจาระหว่าง **ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)** กับคณะผู้แทนรัฐบาล ซึ่งมี **นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี** เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่า รัฐบาลตอบรับข้อเสนอหลายประเด็นสำคัญ แต่พีมูฟยังย้ำว่าจะติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะต้องการเห็นการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงคำรับปาก
ผลการหารือประกอบด้วย 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ การผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมคดีป่าไม้และที่ดิน การคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน การทบทวนแนวทางเกี่ยวกับธนาคารที่ดิน การแก้ไขปัญหาเหมืองแร่พลวงในจังหวัดลำปาง การแก้ปัญหาพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับที่ชุมชน และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มเติมอีก 12 คณะ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน
ในประเด็น **โฉนดชุมชน** รัฐบาลเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติรับข้อเสนอของพีมูฟไปดำเนินการ พร้อมเตรียมนำมาตรการคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชนเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อดูแลทั้งพื้นที่ที่ได้รับการประกาศแล้วและชุมชนที่อยู่ระหว่างการผลักดัน
ส่วนกรณี **ธนาคารที่ดิน** ที่เป็นข้อเรียกร้องสำคัญ พีมูฟคัดค้านการยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน พร้อมเสนอให้จัดตั้งองค์กรใหม่เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการและกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาการจัดตั้งองค์กรใหม่ และให้ธนาคารที่ดินปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในช่วงเปลี่ยนผ่าน อย่างไรก็ตาม พีมูฟเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน เนื่องจากไม่ต้องการให้เรื่องดังกล่าวยืดเยื้อจนกระทบสิทธิของประชาชน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังรับที่จะผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีป่าไม้และที่ดินกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีกครั้ง พร้อมเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาเหมืองแร่พลวงจังหวัดลำปาง และขยายรูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
แม้ผลการประชุมจะมีความคืบหน้าในหลายประเด็น แต่พีมูฟระบุว่า การเจรจาครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น พร้อมย้ำว่าทุกมติจะต้องมีกรอบเวลา แผนดำเนินงาน และผลที่เป็นรูปธรรม หากรัฐบาลไม่ดำเนินการตามที่รับปากไว้ หรือปล่อยให้มติเป็นเพียงเอกสาร พีมูฟพร้อมยกระดับการเคลื่อนไหวและติดตามทวงถามต่อไป
ทั้งนี้ ข้อความที่ว่า "รัฐบาลอาจเบี้ยว" หรือการเปรียบเทียบกับกรณีโครงการแลนด์บริดจ์ เป็น **มุมมองและความกังวลของภาคประชาชนและผู้เผยแพร่ข้อมูล** ไม่ใช่ข้อสรุปหรือข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากรัฐบาล
#NEWS1 รายงาน