xs
xsm
sm
md
lg

"ธีรุตม์" ย่องรับทราบข้อหาโกงสอบท้องถิ่น - ป.แจ้ง 6 ข้อหาหนัก เร่งประสาน ป.ป.ง.สอบเส้นเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



 "ธีรุตม์" อดีตอธิบดี สถ.ย่องรับทราบข้อหาทุจริตโกงสอบท้องถิ่น กองปราบสอบเครียดแจ้ง 6 ข้อหาหนัก! ประสาน ป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

วันนี้ ( 6 ส.ค. ) พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตสอบราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบปากคำ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่ กองปราบปราม พร้อมดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา โดยคดีดังกล่าวมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมด 13 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา

พ.ต.อ.เนติวิทย์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 11 ราย ที่ทำหน้าที่แก้ไขกระดาษคำตอบ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และอีกกลุ่ม 2 ราย คือ นายธีรุตม์ อดีตอธิบดี สถ. และ ผศ.เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

พ.ต.อ.เนติวิทย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ นายธีรุตม์ และ ผศ.เรืองเดช พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหารวม 6 ข้อหา ได้แก่ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ,เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่,เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ,ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น,ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ,ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ

พ.ต.อ.เนติวิทย์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่กลุ่ม 11 ราย ที่ร่วมกระทำผิดแก้ไขกระดาษคำตอบ ถูกดำเนินคดีในข้อหา อั้งยี่ ซ่องโจร, ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

รายงานข่าวระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว 6 ราย ได้แก่ นายธีรุตม์, ผศ.เรืองเดช และข้าราชการที่ทำหน้าที่แก้ไขข้อสอบอีก 4 ราย ส่วนข้าราชการท้องถิ่นที่เหลืออีก 7 ราย ได้ประสานเข้าพบพนักงานสอบสวนภายในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคมนี้ คาดว่าเมื่อสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาครบถ้วน จะสามารถสรุปสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนได้ภายในวันที่ 12 สิงหาคมนี้
นอกจากนี้ กองปราบปรามได้ประสานข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเป็นข้าราชการและเข้าข่ายกระทำผิดทางอาญา ซึ่งหาก ปปง. ตรวจพบพฤติการณ์รวยผิดปกติ ก็สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมได้ทันที

ส่วนกรณีที่ตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (กสถ.) ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ มศว และ ผศ.เรืองเดช เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในความผิดเกี่ยวกับการทำและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ (มาตรา 161, 162) พนักงานสอบสวนระบุว่าเป็นพฤติการณ์ที่เกี่ยวโยงกับคดีเดิม จึงได้ดำเนินการรวบรวมพิจารณาไปพร้อมกันในคราวเดียว