กระทรวงด้านข้อมูลข่าวสารกัมพูชา ส่งเสียงเรียกร้องอีกรอบ ขอให้พลเมืองมากกว่า 20,000 คนที่พลัดถิ่นฐาน มาตั้งแต่เหตุปะทะตามแนวชายแดนกับไทยเมื่อปีที่แล้ว เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยอ้างความเห็นของผู้รายงานพิเศษสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาและเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงพนมเปญ ในการตอกย้่ำจุดยืนของพนมเปญ ที่ว่า "ผู้ที่ถูกบังคับให้ละทิ้งถิ่นฐานมีสิทธิที่จะเดินทางกลับได้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ"
รายงานของพนมเปญโพสต์ อ้างคำกล่าวของนายเนตร ภักตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของประเทศกัมพูชา เน้นว่ากว่า 7 เดือนหลังกัมพูชาและไทย ลงนามในถ้อยแถลงร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี) สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ข้อตกลงยังไม่ได้มีการบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ เพราะว่าพลเรือนกัมพูชาหลายพันคนยังไม่สามารถกลับสู่หมู่บ้านและที่ทำกินของพวกเขา
ในข้อความที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ในวันพฤหัสบดี(6ส.ค.) นายเนตร บอกว่าข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลผูกพันกับรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่แค่ยุติความเป็นปรปักษ์ติดอาวุธ แต่ยังรับประกันว่าบรรดาพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง จะสามารถกลับสู่บ้านเรือนของพวกเขา "อย่างปลอดภัย โดยสมัครใจและอย่างมีเกียรติ"
"สันติภาพที่แท้จริงไม่อาจวัดจากเพียงแค่ความเงียบสงบของเสียงปืนเฉยๆ" เขาเขียน "มันจำเป็นต้องวัดจากวันที่ประชาชนผู้พลัดถิ่นฐานกัมพูชากว่า 20,000 คน สามาถกลับบ้านเรือนและที่ดินของตนเองได้ในท้ายที่สุด อย่างปลอดภัย โดยสมัครใจและอย่างมีเกียรติ จนกว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น พันธสัญญาที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ยังคงไม่ได้รับการปฏิบัติให้เป็นผลสำเร็จ" เขากล่าว
รัฐมนตรีรายนี้อ้างว่าไทยยังคงเดินหน้าขัดขวางการกลับสู่ถิ่นฐานของพลเรือนผู้พลัดถิ่นฐานกัมพูชา ด้วยการคงไว้ซึ่งฐานที่มั่นทางทหารในพื้นที่ต่างๆที่ทางกัมพูชามองว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนภายใต้อธิปไตย และกล่าวหาว่าทหารไทยติดตั้งแนวรั้วลวดหนามและจัดวางตู้คอนเทนเนอร์พาดขวางถนนขางเข้า ขัดขวางไม่ให้พวกชาวบ้านกลับสู่บ้านเรือนของตนเอง
นอกจากนี้เขายังกล่าวหากองกำลังของไทยทำลายบ้านเรือนพลเรือนและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ พร้อมกับสร้างในสิ่งที่เขาเรียกว่า "ข้อเท็จจริงใหม่ในพื้นที่" ซึ่งสวนทางกับคำมั่นสัญญาที่บรรจุอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงทวิภาคี
รายงานของพนมเปญโพสต์ระบุว่าไทยปฏิเสธคำกล่าวหาของกัมพูชามาตลอด ที่กล่าวอ้างว่าไทยยึดครองดินแดนกัมพูชา และยืนกรานว่าปฏิบัติการต่างๆของพวกเขาสอดคล้องกับการตีความในเรื่องแนวเขตแดนของตนเอง
เสียงเรียกร้องรอบใหม่มีขึ้นในขณะที่กัมพูชาพยายามลากผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับไทย ให้เป็นประเด็นทางกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่แค่เป็นข้อพิพาทด้านชายแดนทวิภาคีเพียงอย่างเดียว
โธมัส แอนดรูว์ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ เดินทางลงพื้นที่กัมพูชาอย่างเป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเขาได้ไปตรวจเยี่ยมที่ตั้งของผู้พลัดถิ่นฐานตามแนวชายแดนกัมพูชาไทย และระหว่างนั้นได้ส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลของทั้ง 2 ชาติ เร่งรัดหาทางช่วยเหลือพลเรือนที่ยังไม่อาจกลับถิ่นฐาน ให้สามารถกลับบ้านเรือนของตนเองได้
พนมเปญโพสต์อ้างว่า แอนดรูว์ ได้เน้นย้ำว่าประชาชนผู้พลัดถิ่นฐานจากความขัดแย้งติดอาวุธ มีสิทธิ์กลับคืนบ้านเรือนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และเรียกร้องทั้ง 2 ประเทศ รื้อถอนอุปสรรคต่างๆนานาที่เหลืออยู่ ที่เป็นตัวขัดขวางคนเหล่านี้จากการเดินทางกลับ
รายงานของพนมเปญโพสต์อ้างด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ หวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา แสดงความมั่นใจว่าชาวกัมพูชาที่ยังคงพลัดถิ่นฐาน ในท้ายที่สุดในสามารถกลับสู่บ้านเรือนของตนเองได้ โดยให้คำนิยามความทุกข์ยากในปัจจุบันว่าเป็นเพียงชั่วคราว และเน้นย้ำจุดยืนสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดน
"ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติและเอกอัครราชทูตจีน ต่างเน้นย้ำว่าพลเรือนผู้พลัดถิ่นชาวกัมพูชา ต้องสามารถกลับสู่บ้านเรือนของพวกเขาตามกฎหมายระหว่างประเทศ" นายเนตร ภักตรา เขียน พร้อมระบุความเห็นของทั้ง 2 คน ช่วยตอกย้ำจุดยืนของกัมพูชาที่ว่า สันติภาพที่ยั่งยืนนั้นต้องอาศัยสิ่งอื่นนอกเหนือไปจากการหยุดยิง "สันติภาพไม่อาจสมบูรณ์ได้ จนกว่าพลเมืองทั้งหมดจะสามารถกลับสู่บ้านเรือนของตนเอง" เขากล่าว
อนึ่งในส่วนของฝ่ายไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงถ้อยแถลงทอม แอนดรูว์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ กรณีพาดพิงถึงประเทศไทยในบริบทของสถานการณ์ไทยในกัมพูชาว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ จะแถลงในเรื่องดัวกล่าว และถือว่านายทอม แอนดรูว์ แถลงโดยที่ยังไม่ฟังข้อมูลจากฝั่งไทย ซึ่งข้อมูลนี้สําหรับประเทศไทย ไม่ยอมรับความเห็นนั้น
ในเวลาต่อมา นายสีหศักดิ์ ออกมาตอบโต้ โดยระบุผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ พูดให้ร้ายประเทศไทยและเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของกัมพูชา "สิ่งที่ประเทศไทยรับไม่ได้ คือ ทำไมไม่ได้พูดถึงความสูญเสียของประเทศไทยเลย ประเทศไทยมีพลเรือนเสียชีวิต โรงพยาบาล โรงเรียนถูกโจมตี เป็นการเริ่มต้นจากฝ่ายกัมพูชาก่อน รายงานถ้าจะให้เป็นธรรมจริง ๆ ก็ต้องนำเสนอความสูญเสียของฝ่ายไทยด้วย"
นายสีหศักดิ์ บอกต่อว่า การแถลงของนายทอม แอนดรูส์ เป็นเพียงรายงานการทำงานของนายแอนดรูส์ ยังไม่ใช่ท่าทีของสหประชาชาติ เนื่องจากนายแอนดรูส์จะต้องส่งรายงานดังกล่าวให้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติพิจารณา หลังจากนั้นจะต้องมีการอภิปรายและรับทราบโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน เราจะโต้แย้งรายงานดังกล่าว
"ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติควรจะต้องเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง และหน้าที่ของนายแอนดรูส์ที่ได้รับมอบหมายคือทำรายงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนภายในกัมพูชา แต่นายนายแอนดรูส์กลับแถลงข่าวโดยพาดพิงถึงประเทศไทย และไม่ได้ตรวจสอบกับประเทศไทยก่อน" นายสีหศักดิ์ระบุ
(ที่มา:พนมเปญโพสต์)