วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติรับรอง ท็อดด์ บลานช์ อดีตทนายความส่วนตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (8 ส.ค.) หลังจากวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันเมินข้อห่วงใยจากพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับประเด็นการทำให้กระทรวงยุติธรรมกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
บลานช์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ มาก่อนหน้านี้ เคยทำหน้าที่เป็นทนายความส่วนตัวให้แก่ทรัมป์ในคดีอาญาหลายคดีก่อนที่จะเข้ามาทำงานในรัฐบาล
วุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่อย่างเฉียดฉิว มีมติรับรองเขาด้วยคะแนนเสียง 50 ต่อ 49 เสียง โดย ซูซาน คอลลินส์ และ ลิซา เมอร์เคาส์กี สองวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ได้ลงมติคัดค้านร่วมกับพรรคเดโมแครต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางทางการเมืองในการเสนอชื่อครั้งนี้
บลานช์กล่าวว่าเขารู้สึก "เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากประธานาธิบดีทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้นำกระทรวงยุติธรรม"
"ผมรู้สึกขอบคุณวุฒิสภาที่ยอมทำงานจนดึกเพื่อเสร็จสิ้นกระบวนการนี้ และขอขอบคุณข้าราชการผู้ทรงเกียรติในกระทรวงยุติธรรมทุกท่านสำหรับภารกิจในทุกๆ วันในการพิทักษ์กฎหมายและรักษาความปลอดภัยของประเทศชาติ" บลานช์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X
ทรัมป์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางการเมืองของสหรัฐฯ ด้วยการพยายามดึงหน่วยงานรัฐที่เคยเป็นอิสระให้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของเขา เรียกว่าบลานช์เป็น "ดาวเด่น"
ขณะที่พรรคเดโมแครตคัดค้านการดำรงตำแหน่งของบลานช์มาตั้งแต่ต้น โดยกล่าวหาทรัมป์ว่ากำลังเปลี่ยนกระทรวงยุติธรรมให้กลายเป็นอาวุธทางการเมือง
"รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมควรจะเป็นทนายความของประชาชน" สมาชิกวุฒิสภา ดิก ดอร์บิน แกนนำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการตุลาการวุฒิสภา กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
"บลานช์ยังคงทำตัวเป็นทนายความส่วนตัวของประธานาธิบดี และปฏิบัติต่อกระทรวงยุติธรรมเหมือนเป็นสำนักงานกฎหมายที่มีลูกความเพียงคนเดียว นั่นคือประธานาธิบดี" ดิก ดอร์บิน กล่าว
ก่อนหน้านี้เกิดความสงสัยว่าทำเนียบขาวจะสามารถหว่านล้อมสมาชิกพรรครีพับลิกันกลุ่มที่ยังลังเลได้หรือไม่ ซึ่งหากขาดเสียงสนับสนุนจากกลุ่มนี้ มติรับรองอันฉิวเฉียดดังกล่าวก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ชนวนเหตุหลักคือความพยายามจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับผู้ที่ทรัมป์เรียกว่าเป็นเหยื่อของการฟ้องร้องคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ซึ่งรวมถึงกลุ่มผู้ก่อการจลาจลที่ บุกรุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ในการพยายามขัดขวางการรับรองชัยชนะของ โจ ไบเดน หลังการพ่ายแพ้ของทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2020 ส่วนอีกประเด็นสำคัญคือข้อเสนอสุดโต่งที่มอบการคุ้มกันให้ทรัมป์พ้นจากการตรวจสอบภาษี
ท้ายที่สุด บลานช์ สามารถสยบการคัดค้านภายในพรรคได้ด้วยการออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรในช่วงวันหยุดสัปดาห์ เพื่อยกเลิกสิ่งที่เรียกว่า "กองทุนต่อต้านการใช้กฎหมายเป็นอาวุธทางการเมือง" พร้อมระบุว่าข้อตกลงคุ้มกันการตรวจสอบภาษีของทรัมป์, บุตรชายคนโตสองคน และองค์กรทรัมป์ (Trump Organization) จะมีผล "ย้อนหลัง" เฉพาะกับปีภาษีในอดีตเท่านั้น โดยไม่รวมถึงการยื่นภาษีในอนาคต
บลานช์ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมมาตั้งแต่ทรัมป์ปลด แพม บอนดิ ซึ่งเป็นผู้ภักดีทางการเมืองอีกคนหนึ่ง ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
นับแต่นั้นมา เขาถูกเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสิ่งที่พรรคเดโมแครตเรียกว่าเป็น แคมเปญ "ล้างแค้น" ของทรัมป์ ที่มีต่อบรรดาฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
นอกจากนี้ บลานช์ ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มเหยื่อของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน เกี่ยวกับการจัดการเปิดเผยแฟ้มข้อมูลการสืบสวนคดีอาชญากรทางเพศรายนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนสนิทของทรัมป์
ก่อนที่จะมาร่วมงานกับกระทรวงยุติธรรม บลานช์เคยทำหน้าที่เป็นทนายความให้ทรัมป์ ในคดีสู้ความที่นิวยอร์ก กรณีถูกกล่าวหาว่าจ่าย "เงินปิดปาก" ให้แก่ สตอร์มี แดเนียลส์ ดาราหนังผู้ใหญ่
รวมถึงเป็นหนึ่งในทีมทนายความฝ่ายจำเลยในอีกสองคดีที่ แจ็ก สมิธ อัยการพิเศษยื่นฟ้องทรัมป์ ในข้อหาจัดการเอกสารลับอย่างไม่ถูกต้องหลังจากพ้นจากตำแหน่งในทำเนียบขาว และข้อหาพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคดีถูกยกฟ้องไปหลังจากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024
ที่มา เอเอฟพี