สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในวันเสาร์(8ส.ค.) กล่าวหาอิหร่านเล็งเป้าเล่นงานเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่เป็นของบริษัทน้ำมันแห่งรัฐของพวกเขาในช่องแคบฮอร์มุซ แม้อิหร่านและโอมานบ่งชี้ว่าพวกเขามีความคืบหน้าในการเจรจาบริหารจัดการน่านน้ำอันสำคัญยิ่งแห่งนี้
อิหร่านทำการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซแทบโดยสิ้นเชิงและต้องการเก็บค่าผ่านทาง โดยได้ทำการโจมตีเรือลำแล้วลำเล่าที่พวกเขากล่าวหาว่าพยายามหลบหลีกเส้นทางที่พวกเขาแนะนำ
อเมริกาคัดค้านสุดตัวต่อการเก็บค่าผ่านทางช่องแคบโดยอิหร่าน แม้ทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงหนึ่งในเดือนมิถุนายน ยอมเปิดทางให้เตหะรานหาข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการฮอร์มุซในอนาคตร่วมกับโอมาน ซึ่งเป็นรัฐชายฝั่งอีกแห่งของช่องแคบแห่งนี้
อย่างไรก็ตามเหตุโจมตีหลายต่อหลายครั้งในช่องแคบ ซึ่งเคยเปิดให้ล่องเรือโดยเสรีก่อนสงคราม นำมาซึ่งการพังครืนของข้อตกลงหยุดยิงในเดือนเมษายน และนับตั้งแต่นั้นบรรดาคนกลางได้เรียกร้องทั้ง 2 ฝ่ายกลับสู่เงื่อนไขของบันทึกความเข้าใจที่เซ็นไว้ในเดือนมิถุนายน
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในวันเสาร์(8ส.ค.) ประณามในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "การโจมตีโดยศัตรูอิหร่านที่เล็งเป้าเล่นงานเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่เป็นของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี(ADNOC) ด้วยขีปนาวุธลูกหนึ่ง ในขณะที่กำลังล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตามไม่มีความสูญเสียใดๆ"
ต่อมาในวันเสาร์(8ส.ค.) ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร(UKMTO) ยืนยันเช่นกันว่า เรือลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยอาวุธชนิดหนึ่งนอกชายฝั่งโอมานในช่องแคบฮอร์มุซ ก่อให้เกิดไฟไหม้ที่ดับลงไปแล้ว แต่ไม่ก่อความสูญเสียใดๆ อย่างไรก็ตามไม่เป็นที่ชัดเจนว่าพวกเขาพูดถึงเรือลำเดียวกันหรือไม่
ในถ้อยแถลงที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์(7ส.ค.) ทาง ADNOC ระบุว่านับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น มีเรือบรรทุกน้ำมันของพวกเขาถูกโจมตีไปแล้ว 15 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ "ในนั้น 3 ลำเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้สัปดาห์เดียว"
กระทรวงการต่างประเทศของโอมานในวันเสาร์(8ส.ค.) ประณามการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าเล่นงานเรือทั้งหลายที่ล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่ได้เอ่ยชื่ออิหร่าน พร้อมบอกว่า "การเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ในเรื่องของการบริหารจัดการการล่องเรือในช่องแคบฮอร์มุซ มีความคืบหน้าในบรรยากาศที่เป็นบวกและสร้างสรรค์ และเรียกร้องอย่าได้ก่อพฤติกรรมใดๆที่อาจบ่อนทำลายความก้าวหน้านี้
ข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯก่อนหน้านี้ มีเจตนาเพื่อใช้เป็นจุดก้าวกระโดดในการเจรจาหาทางออกอย่างถาวร โดยมันระบุไว้ว่าอิหร่านและโอมานจะหารือร่วมกับประเทศอื่นๆในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อกำหนดแนวทางจัดการช่องแคบในอนาคต และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง กระนั้นกฎหมายระหว่างประเทศโดยทั่วไป ห้ามเก็บค่าผ่านทางในน่านน้ำต่างๆ
อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านบอกว่าการเจรจากับโอมาน "กำลังเข้าสู่ขั้นสุดท้าย" แต่เตือนว่ามันไม่ใช่สัญญาณของการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ "การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอื่นๆและค่าชดเชยสำหรับการล่วงละเมิดบันทึกความเข้าใจโดยสหรัฐฯ" เขากล่าว อ้างถึงข้อตกลงเมื่อเดือนมิถุนายน
โมฮัดหมัด บาเกอร์ โซลกาดร์ หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงของอิหร่าน ในวันเสาร์(8ส.ค.) ได้ระบุเงื่อนไขมากมายสำหรับการเปิดช่องแคบอีกครั้ง ในนั้นรวมถึงยุติสงครามและการรุกรานอิหร่านและพันธมิตรของพวกเขา ในเลบานอน, ปาเลสไตน์, เยเมนและอิรัก
เขายังเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการปิดล้อมคู่ขนานที่สหรัฐฯกำหนดเล่นงานอิหร่าน ยุติมาตรการคว่ำบาตร ปล่อยเงินของอิหร่านที่อานัดไว้ รวมถึงจ่ายเงินชดเชยค่าความเสียหายระหว่างศึกสงคราม ตามรายงานของทาสนิม สื่อมวลชนอิหร่าน
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน เน้นย้ำประเด็นนี้เช่นกัน บอกว่าการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมาน พร้อมระบุศัตรูจำเป็นต้องยอมรับเงื่อนไขต่างๆของอิหร่าน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
(ที่มา:เอเอฟพี)