วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวคิด “โซลาร์ล้านหลังคา” หลังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผลักดันมาตรการสนับสนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เป้าหมายสูงสุด 1 ล้านครัวเรือน
เบื้องต้นมีการเสนอระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ราคาประมาณ 150,000 บาท โดยรัฐสนับสนุนครัวเรือนละประมาณ 50,000 บาท ส่วนที่เหลือประมาณ 100,000 บาท ให้ธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับประชาชน ก่อนทยอยชำระผ่านกลไกที่เชื่อมโยงกับบิลค่าไฟ
โฆษกกระทรวงพลังงานเสนอใช้รูปแบบ On-bill Financing โดยประเมินดอกเบี้ยประมาณ 2–4% ต่อปี และให้ประชาชนนำส่วนต่างของค่าไฟที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือนมาชำระค่างวด
กระทรวงพลังงานประเมินว่า ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์สามารถผลิตไฟได้เฉลี่ยประมาณ 600 หน่วยต่อเดือน และช่วยลดค่าไฟประมาณ 2,150–2,200 บาทต่อเดือน โดยคาดว่าระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 5–7 ปี
อย่างไรก็ตาม หากใช้รูปแบบดังกล่าว ผู้เข้าร่วมโครงการที่ต้องใช้สินเชื่อย่อมมีภาระหนี้และดอกเบี้ยเกิดขึ้นจริง จึงต้องจับตารายละเอียดสุดท้ายว่า เงินที่ประหยัดจากค่าไฟของแต่ละครัวเรือนจะเพียงพอกับค่างวดหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไฟช่วงกลางวันน้อย ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการผลิตไฟฟ้าใช้เองแตกต่างจากประมาณการ
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือเงื่อนไขสินเชื่อ ระยะเวลาผ่อน คุณสมบัติผู้กู้ ราคาติดตั้งจริง ตลอดจนภาระค่าบำรุงรักษาและการรับประกันอุปกรณ์ เพราะรายละเอียดเหล่านี้จะเป็นตัวตัดสินว่าโครงการจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะยาว หรือทำให้ครัวเรือนต้องรับภาระหนี้เพิ่มเติม
ด้านกระทรวงพลังงานยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเปลี่ยนประชาชนจากผู้ใช้ไฟมาเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคพลังงาน หรือ Prosumer พร้อมประเมินว่า หากโครงการขยายถึง 1 ล้านครัวเรือน หรือมีกำลังผลิตรวมประมาณ 5,000 เมกะวัตต์ จะช่วยลดการนำเข้าก๊าซ LNG และลดต้นทุนค่าไฟเฉลี่ยของประเทศในระยะยาว
ขณะนี้รูปแบบโครงการยังอยู่ระหว่างการออกแบบและจัดทำรายละเอียด โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในประมาณ 1 เดือน ดังนั้น สิ่งที่ต้องติดตามคือเมื่อเงื่อนไขทั้งหมดออกมาแล้ว ผลประหยัดค่าไฟที่ประชาชนได้รับ จะคุ้มกับภาระสินเชื่อและดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาหรือไม่
#NEWS1 รายงาน