กัมพูชาจะดีใจหรือจะหนาวดี หลังรัฐบาลประธานาธิบดี **โดนัลด์ ทรัมป์** เสนอชื่อ **Christopher Anderson** ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกัมพูชาคนใหม่ หลังตำแหน่งดังกล่าวว่างมานานราว 2 ปี นับตั้งแต่ **W. Patrick Murphy** สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ในปี 2567
แต่บุคคลที่ทรัมป์เลือกส่งไปพนมเปญครั้งนี้มีประเด็นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะ Anderson ประกาศต่อคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ วุฒิสภาสหรัฐฯ อย่างชัดเจนว่า หากได้รับการรับรอง หนึ่งในภารกิจอันดับต้นๆ ของเขาในกัมพูชาคือ **การจัดการศูนย์สแกมเมอร์** ควบคู่กับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค
Anderson ระบุว่า ปัญหาศูนย์หลอกลวงออนไลน์ไม่ใช่เพียงอาชญากรรมทางการเงิน แต่ยังเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และการบังคับผู้คนให้ทำงานในขบวนการอาชญากรรม พร้อมกล่าวถึงความเสียหายจากเครือข่ายเหล่านี้ที่สร้างความสูญเสียให้ชาวอเมริกันระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์
นั่นทำให้การเลือก Anderson ไปประจำกัมพูชามีนัยมากกว่าการเติมตำแหน่งทางการทูตที่ว่างมานาน เพราะกัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญอย่างมากต่อปัญหาเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และศูนย์สแกมเมอร์
ประวัติของ Anderson ก็ไม่ธรรมดา เขาทำงานเป็น **ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของวุฒิสมาชิก Steve Daines** มานานกว่า 4 ปี รับผิดชอบงานทั้งนโยบายต่างประเทศ กลาโหม ข่าวกรอง ความมั่นคงไซเบอร์ การควบคุมการส่งออก มาตรการคว่ำบาตร และกิจการทหารผ่านศึก
อย่างไรก็ตาม คำว่า **“มือปราบสแกมเมอร์”** ในพาดหัวควรเข้าใจในความหมายว่า Anderson เป็นผู้ที่ **ประกาศให้การปราบศูนย์สแกมเมอร์เป็นภารกิจสำคัญหากเข้ารับตำแหน่ง** มากกว่าจะหมายความว่าเขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้บังคับใช้กฎหมายที่ลงพื้นที่จับกุมแก๊งสแกมเมอร์โดยตรง
อีกจุดหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องคือ ขณะนี้ Anderson **ยังไม่ใช่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกัมพูชาอย่างสมบูรณ์** เขาได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 และคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์วุฒิสภามีมติเห็นชอบส่งชื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไปด้วยคะแนน 18 ต่อ 3 แต่ข้อมูลล่าสุดของวุฒิสภายังระบุสถานะการเสนอชื่อว่าอยู่ระหว่างกระบวนการรับรอง
ดังนั้น หากผ่านการรับรองและเดินทางเข้ารับตำแหน่งที่พนมเปญ สิ่งที่ต้องจับตาอาจไม่ใช่เพียงว่า Anderson จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับพนมเปญได้มากแค่ไหน
แต่ต้องจับตาว่า **คนที่ทรัมป์เลือกส่งไปนั่งเก้าอี้ทูตในกัมพูชา และประกาศต่อวุฒิสภาว่า “Scam Centers” คือหนึ่งในภารกิจอันดับต้นๆ จะเดินหน้ากดดันและร่วมมือกับรัฐบาลกัมพูชาจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างไร**
จากตำแหน่งทูตที่ว่างมาราว 2 ปี วันนี้ทรัมป์กำลังส่งคนกลับไปพนมเปญ แต่คนที่เลือกส่งไปกลับวาง **“ปราบศูนย์สแกมเมอร์”** ไว้บนหัวตารางภารกิจเสียด้วย
งานนี้จึงต้องถามว่า สำหรับกัมพูชาแล้ว การได้ทูตสหรัฐฯ คนใหม่ครั้งนี้ควร **“ดีใจ” หรือ “หนาว”** กันแน่
#NEWS1 รายงาน