กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ข้าราชการทั่วประเทศต้องจับตา หลังรัฐบาลเดินหน้าปฏิรูประบบบริหารกำลังคนภาครัฐ โดยตั้งเป้า ลดอัตรากำลังข้าราชการลง 15% ภายในปีงบประมาณ 2575 พร้อมใช้หลายมาตรการทั้งตรึงอัตรา ยุบตำแหน่งว่าง และทยอยลดตำแหน่งจากการเกษียณ
ข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ซึ่งพิจารณาข้อเสนอการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนและโครงสร้างภาครัฐ ภายใต้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ โดยมี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธาน และมีสำนักงาน ก.พ. กับสำนักงาน ก.พ.ร.เป็นหน่วยงานสำคัญในการดำเนินการ
เป้าหมายสำคัญคือทำให้ระบบราชการมีขนาดเหมาะสม ลดภารกิจและหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน รวมถึงลดภาระรายจ่ายประจำของประเทศ โดยรัฐบาลระบุว่า ปัจจุบันรายจ่ายประจำกินสัดส่วนประมาณ 70% ของงบประมาณ และรายจ่ายด้านบุคลากรเป็นหนึ่งในภาระสำคัญ จึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กำลังคนและงบประมาณภาครัฐ
สำหรับเป้าหมาย ลด 15% รัฐบาลไม่ได้ใช้วิธีปลดข้าราชการออกพร้อมกัน แต่จะดำเนินการผ่านหลายกลไก
มาตรการแรกคือ ตรึงอัตรากำลัง โดยชะลอการขอจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี ให้ส่วนราชการบริหารคนและตำแหน่งที่มีอยู่ก่อน และบรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็น
มาตรการต่อมาคือ ยุบกรอบอัตราที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการและชำนาญการ รวมถึงประเภททั่วไประดับปฏิบัติงานและชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567
ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2575 ยังมีแนวทางยุบตำแหน่งบางประเภทที่ว่างจากการเกษียณ แทนที่จะบรรจุคนใหม่กลับเข้าไปทั้งหมด รวมถึงทยอยยุบตำแหน่งในสายงานสนับสนุนบางประเภทเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเดิมเกษียณ โดยงานที่ยังมีความจำเป็นอาจเปลี่ยนไปใช้การจ้างงานรูปแบบอื่นหรือเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน
อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลยังเดินหน้าปรับ โครงสร้างหน่วยงานภาครัฐ โดยตั้งเป้าลดจำนวนหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคลง 10% ภายในปีงบประมาณ 2570 พร้อมยุติการเพิ่มหน่วยงานใหม่ และให้แต่ละส่วนราชการทบทวนว่าภารกิจใดสามารถใช้ระบบดิจิทัล ถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือให้ภาคส่วนอื่นดำเนินการแทนได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับคำว่า “เกือบ 5 แสนคน” ต้องทำความเข้าใจให้ชัด ว่า ตัวเลขที่รัฐบาลประกาศโดยตรงคือ เป้าหมายลดอัตรากำลัง 15% ภายในปี 2575 ไม่ใช่มติที่ระบุเป็นตัวเลขตรง ๆ ว่า “ปลดข้าราชการ 500,000 คน”
ดังนั้น “เกือบ 5 แสนคน” เป็นการประมาณขนาดผลกระทบเมื่อเทียบกับฐานกำลังคนภาครัฐระดับประมาณ 3 ล้านคน ซึ่ง 15% จะอยู่ที่ราว 4.5 แสนคน แต่จำนวนที่จะลดจริงต้องขึ้นอยู่กับฐานอัตรากำลังที่รัฐบาลใช้คำนวณ ขอบเขตบุคลากรที่ครอบคลุม และผลการดำเนินมาตรการจนถึงปี 2575
สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนในเวลานี้คือ เป้าหมาย 15% มีจริง และรัฐบาลกำลังเดินหน้าลดขนาดกำลังคนผ่านการไม่เพิ่มอัตราใหม่ ยุบอัตราว่าง ลดการทดแทนผู้เกษียณ และปรับโครงสร้างหน่วยงาน ไม่ใช่การสั่งปลดข้าราชการจำนวนมหาศาลในครั้งเดียว
นี่จึงอาจเป็นหนึ่งในการปรับโครงสร้างระบบราชการไทยครั้งใหญ่ในช่วงหลายปีข้างหน้า เพราะเป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่การลดจำนวนคน แต่รวมถึงการลดหน่วยงาน ลดงานซ้ำซ้อน ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานในงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้สถานะข้าราชการ
จากนี้ต้องจับตาว่า เมื่อรัฐบาลนำเป้าหมาย 15% ลงสู่การปฏิบัติจริง จะมีข้าราชการและตำแหน่งถูกลดลงจำนวนเท่าใด หน่วยงานใดได้รับผลกระทบมากที่สุด และรัฐบาลจะสามารถลดรายจ่ายโดยไม่กระทบคุณภาพบริการประชาชนได้หรือไม่
#News1 รายงาน