กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่หน่วยงานรัฐต้องเร่งตรวจสอบ หลังมีการเปิดเผยภัยคุกคามต่อนักปกป้องสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก ซึ่งทำงานติดตามปัญหาโรงงาน กากอุตสาหกรรม และขยะพิษ โดยล่าสุดมีการกล่าวอ้างถึงขั้น ตั้งค่าหัวรายละ 2 ล้านบาท ขณะที่หนึ่งในผู้เคลื่อนไหวยังระบุว่าสุนัขที่บ้านถูกวางยาจนตายถึง 3 ตัว
กรณีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการทำงานของเครือข่ายประชาชนที่ตรวจสอบปัญหาโรงงานและมลพิษในภาคตะวันออก รวมถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมออกจากพื้นที่ EEC มายัง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งแม้ไม่ได้เป็นหนึ่งใน 3 จังหวัด EEC แต่ภาคประชาชนระบุว่ากำลังเผชิญปัญหาโรงงานและสารเคมีจำนวนมาก
หนึ่งในบุคคลสำคัญคือ สุเมธ เหรียญพงษ์นาม นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมจาก จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเคลื่อนไหวตรวจสอบปัญหาโรงงานและกากอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 สุเมธยังเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐสภาผลักดันกฎหมาย PRTR เพื่อเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พร้อมระบุว่าปราจีนบุรียังเผชิญปัญหาโรงงานผิดกฎหมายและสารเคมีอันตราย
ภัยคุกคามต่อกลุ่มดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งถูกเปิดเผย เพราะเมื่อเดือนกันยายน 2568 Protection International ประเทศไทย และมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม หรือ EnLAW เคยยื่นหนังสือด่วนต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ OHCHR และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอให้คุ้มครองนักปกป้องสิทธิภาคตะวันออก หลังได้รับข้อมูลว่ามีการติดตาม ข่มขู่ และมีข้อมูลน่าเชื่อถือถึงการรวบรวมเงินเพื่อว่าจ้างมือปืนสังหารแกนนำ
ต่อมาเรื่องดังกล่าวไปถึงระดับสหประชาชาติ เมื่อ Mary Lawlor ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อภัยคุกคามเอาชีวิตนักปกป้องสิ่งแวดล้อมในภาคตะวันออก และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัย
ล่าสุดมีการเปิดเผยรายละเอียดการคุกคามที่หนักขึ้น โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้มีทั้งโทรศัพท์ข่มขู่ บุคคลต้องสงสัยติดตามอย่างใกล้ชิด และมีร่องรอยที่ทำให้เชื่อว่าอาจมีคนมาซุ่มบริเวณบ้าน
ที่น่าตกใจคือ มีการเปิดเผยว่า สุนัขที่บ้านเสียชีวิต 3 ตัวภายในเวลาเพียง 2 วัน โดยผู้เปิดเผยข้อมูลระบุว่าเกิดจากการวางยา วันแรกตาย 1 ตัว และวันต่อมาอีก 2 ตัว พร้อมระบุว่าบริเวณหน้าบ้านพบก้นบุหรี่ ขวดน้ำดื่ม และขวดยาชูกำลัง ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นร่องรอยของบุคคลที่มาซุ่มเฝ้า
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่อง สุนัขถูกวางยาจนตาย 3 ตัว ยังเป็นคำกล่าวจากผู้เกี่ยวข้อง ขณะนี้ยังไม่พบผลตรวจทางสัตวแพทย์หรือผลสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่เปิดเผยต่อสาธารณะมายืนยันสาเหตุการตาย จึงยังต้องรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ประเด็นร้ายแรงที่สุดคือ การกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า มีการตั้งค่าหัวนักปกป้องสิทธิรายละ 2 ล้านบาท เพื่อจัดการกับผู้ที่ออกมาเปิดโปงปัญหาโรงงานและกากอุตสาหกรรม
ส่วนข้อกล่าวหาว่าเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับ ทุนจีน นักการเมือง หรือกลุ่มทุนในพื้นที่ ยังไม่มีผลสอบสวนที่สามารถยืนยันตัวบุคคลหรือกลุ่มผู้ว่าจ้างได้ จึงต้องถือเป็นข้อกล่าวอ้างและไม่ควรชี้ว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำจนกว่าจะมีหลักฐาน
แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ ภัยคุกคามต่อนักปกป้องสิ่งแวดล้อมกลุ่มนี้เคยถูกร้องเรียนไปถึงทั้ง กสม. OHCHR และผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติแล้ว ขณะที่สุเมธเองยังคงออกมาเคลื่อนไหวเรื่องโรงงานและมลพิษจนถึงปี 2569
เรื่องนี้จึงมีคำถามใหญ่ถึงหน่วยงานรัฐว่า เมื่อมีข้อมูลถึงขั้นตั้งค่าหัว มีการข่มขู่ ติดตาม และกล่าวอ้างว่าสัตว์เลี้ยงถูกวางยาตายถึง 3 ตัว มาตรการคุ้มครองนักปกป้องสิ่งแวดล้อมไปถึงไหนแล้ว และใครอยู่เบื้องหลังภัยคุกคามเหล่านี้
เพราะคนที่ออกมาตรวจสอบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ขยะพิษ และโรงงานผิดกฎหมาย ไม่ควรถูกปล่อยให้เสี่ยงชีวิตเพียงลำพัง
#News1 รายงาน