xs
xsm
sm
md
lg

เขมรสะท้าน! ทอ.โชว์ให้อนุทินดู “ไข่” ที่ใช้ในสมรภูมิรบเขมร ทั้ง 2,000-500 ปอนด์-Bunker Buster-GBU พร้อมเครื่องบินรบทุกแบบและโดรน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กองทัพอากาศโชว์ความพร้อมเต็มพิกัดต่อหน้านายกรัฐมนตรี หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เดินทางตรวจความพร้อมรบที่กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา พร้อมชมขีดความสามารถของกำลังทางอากาศ ทั้งเครื่องบินขับไล่ F-16 เฮลิคอปเตอร์ค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ ตลอดจนยุทโธปกรณ์ทางยุทธวิธีหลายชนิดที่กองทัพอากาศใช้และเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจสำคัญ

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำยุทโธปกรณ์ทางอากาศมาให้นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมอย่างใกล้ชิด โดยมีทั้งระเบิดอากาศขนาดใหญ่ระดับ **2,000 ปอนด์ และ 500 ปอนด์** รวมถึงอาวุธนำวิถีตระกูล GBU และอาวุธสำหรับโจมตีเป้าหมายแข็งแรงหรือเป้าหมายที่มีการป้องกัน ซึ่งถูกนำมาแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของกองทัพอากาศในการเลือกใช้อาวุธให้เหมาะสมกับเป้าหมายแต่ละประเภท

ยุทโธปกรณ์เหล่านี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในช่วงที่กำลังทางอากาศของไทยมีบทบาทสำคัญต่อสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และมีการใช้กำลังทางอากาศในการปฏิบัติภารกิจจริงในช่วงการสู้รบที่ผ่านมา

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการชมยุทโธปกรณ์ แต่เป็นการประเมินความพร้อมของทั้งระบบ ตั้งแต่เครื่องบิน นักบิน อาวุธ ระบบสนับสนุน ไปจนถึงขีดความสามารถในการค้นหาและช่วยเหลือกำลังพล หากเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่การรบ

หนึ่งในการสาธิตสำคัญคือการขึ้นบินของ **เครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 4 เครื่อง** แสดงภารกิจและความพร้อมของกำลังทางอากาศ ซึ่ง F-16 ถือเป็นหนึ่งในกำลังหลักสำหรับภารกิจป้องกันน่านฟ้าและโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินของกองทัพอากาศไทย

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตภารกิจ **Combat Search and Rescue หรือ CSAR** การค้นหาและช่วยชีวิตกำลังพลในพื้นที่การรบ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ **H225M หรือ EC725**

ภารกิจลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างมากในสถานการณ์การรบจริง เพราะหากนักบินหรือกำลังพลประสบเหตุในพื้นที่อันตราย หน่วยค้นหาและช่วยชีวิตต้องสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว แม้อยู่ในพื้นที่ที่ยังมีภัยคุกคามจากฝ่ายตรงข้าม

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้ชมเครื่องบินและระบบอากาศยานหลายประเภทของกองทัพอากาศ รวมถึงขีดความสามารถด้าน **โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับ** ซึ่งกำลังกลายเป็นอีกหัวใจสำคัญของสงครามยุคใหม่ ทั้งด้านลาดตระเวน ตรวจการณ์ ชี้เป้า และสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร

โดยเฉพาะหลังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาสะท้อนให้เห็นชัดว่า สงครามสมัยใหม่ไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะจำนวนกำลังพลหรืออาวุธหนักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบโดรน การต่อต้านโดรน ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และความแม่นยำของอาวุธนำวิถี

การนำอาวุธตระกูล GBU และระเบิดขนาดต่าง ๆ มาแสดงจึงสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า กองทัพอากาศสามารถเลือกอาวุธให้เหมาะกับลักษณะเป้าหมายได้

ระเบิดขนาด 500 ปอนด์สามารถใช้กับเป้าหมายทางยุทธวิธีที่ต้องการจำกัดพื้นที่ความเสียหาย ขณะที่อาวุธขนาดใหญ่ระดับ 2,000 ปอนด์ให้พลังทำลายสูงกว่า และอาวุธประเภทเจาะเป้าหมายหรือที่ถูกเรียกกันว่า **Bunker Buster** ถูกออกแบบสำหรับจัดการเป้าหมายที่มีความแข็งแรง เช่น สิ่งปลูกสร้างเสริมความแข็งแรงหรือพื้นที่ที่มีการป้องกันเป็นพิเศษ

ส่วนอาวุธตระกูล GBU เป็นระบบอาวุธนำวิถีที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการโจมตี ลดความจำเป็นในการทิ้งระเบิดจำนวนมากเพื่อทำลายเป้าหมายเดียว และช่วยให้กำลังทางอากาศสามารถเลือกโจมตีเป้าหมายเฉพาะจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การนำยุทโธปกรณ์เหล่านี้มาแสดงไม่ได้หมายความว่าอาวุธทุกชนิดที่จัดแสดงถูกนำไปใช้ในการรบชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด โดยรายละเอียดว่าอาวุธรุ่นใดถูกใช้กับภารกิจใดเป็นเรื่องที่ต้องยึดข้อมูลจากกองทัพอากาศเป็นหลัก

แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการตรวจเยี่ยม คือกองทัพอากาศต้องการแสดงให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติเห็นว่า หากสถานการณ์ความมั่นคงมีความจำเป็น กำลังทางอากาศไทยมีทั้งเครื่องบิน อาวุธ ระบบสนับสนุน และกำลังพลที่เตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจ

จาก F-16 จำนวน 4 เครื่องที่ขึ้นสาธิต

ถึง H225M สำหรับค้นหาและช่วยชีวิตกลางพื้นที่การรบ

จากโดรนและระบบตรวจการณ์

ไปจนถึง “ไข่” ขนาด 500 และ 2,000 ปอนด์ รวมถึงอาวุธนำวิถีและระบบโจมตีเป้าหมายแข็งแรงที่ถูกนำมาตั้งเรียงให้นายกรัฐมนตรีชมอย่างใกล้ชิด

ทั้งหมดจึงเป็นภาพแสดงขีดความสามารถของกองทัพอากาศไทยในวันที่สถานการณ์ชายแดนยังไม่สามารถประมาทได้

และยังส่งสัญญาณว่า หลังผ่านการปฏิบัติภารกิจจริงมาแล้ว กองทัพอากาศไม่ได้ลดระดับความพร้อมลง แต่ยังคงเตรียมทั้งคน เครื่องบิน อาวุธ และเทคโนโลยีไว้รองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เพราะในสงครามยุคใหม่ ความได้เปรียบไม่ได้อยู่เพียงว่าใครมีอาวุธมากกว่า

แต่อยู่ที่ว่า **ใครมองเห็นก่อน ตัดสินใจได้เร็วกว่า และสามารถส่งอาวุธไปถึงเป้าหมายได้แม่นยำกว่า**

#NEWS1 รายงาน
ที่มา : ข้อมูลการตรวจเยี่ยมความพร้อมรบ กองบิน 1 กองทัพอากาศ