“อนุทิน” เผยก้มกราบ “ทักษิณ” หลังงานสวดอภิธรรมศพ “เกรียง กัลป์ตินันท์” เพราะเคยได้รับความเมตตาแต่งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณตั้งแต่ปี 2547 ย้ำไม่ได้คุยเรื่องการเมือง เพียงถามสารทุกข์สุขดิบ พร้อมระบุการพบกันของ 4 นายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องดี เหตุทุกคนคุ้นเคยกัน ขณะที่การทำงานรัฐบาลราบรื่นมาโดยตลอด
เมื่อค่ำวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่วัดมงคลโกวิทาราม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งภายในงานมีอดีตนายกรัฐมนตรีและบุคคลทางการเมืองเข้าร่วมหลายคน
โดยการพบกันครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวของอดีตและนายกรัฐมนตรีปัจจุบันถึง 4 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
ช่วงท้ายก่อนนายทักษิณเดินทางกลับ ปรากฏภาพนายอนุทินก้มกราบที่ตักนายทักษิณตอนขึ้นรถ จนเป็นที่สนใจของผู้ที่อยู่ในงาน โดยนายอนุทินกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เมื่อเจอนายทักษิณก็ต้องกราบอยู่แล้ว เนื่องจากตนเคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนายทักษิณตั้งแต่ปี 2547 และถือเป็นรัฐมนตรีลำดับท้าย ๆ ที่นายทักษิณให้ความเมตตา
เมื่อถามว่าได้พูดคุยอะไรกับนายทักษิณหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเป็นพิเศษ เพียงแต่สอบถามสารทุกข์สุขดิบกันเท่านั้น
ส่วนการพบกับ น.ส.แพทองธาร และนายสมชาย นายอนุทินกล่าวว่า ทั้งสองคนเป็นคนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว จึงมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกันตามปกติ
เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อการที่มีนายกรัฐมนตรีถึง 4 คนมาพบกันในงานเดียวกัน นายอนุทินกล่าวว่า รู้สึกดีใจ และมองว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากขณะนี้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทุกคนมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว
ส่วนจะช่วยให้การทำงานของรัฐบาลราบรื่นมากขึ้นหรือไม่นั้น นายอนุทินระบุว่า การทำงานของรัฐบาลราบรื่นมาโดยตลอด พร้อมยกตัวอย่างการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยขณะนี้มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคลัสเตอร์ของพรรคเพื่อไทย รวมถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ซึ่งล้วนทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีและเข้าขากัน
นายอนุทินย้ำว่า การพบปะกันของบุคคลทางการเมืองในครั้งนี้ไม่ได้มีนัยทางการเมืองเป็นพิเศษ แต่เป็นการพบกันของบุคคลที่มีความคุ้นเคยและเคยทำงานร่วมกันมา โดยเฉพาะในบริบทที่พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยร่วมกันทำงานในรัฐบาลปัจจุบัน