นครพนม- นครพนมยังอ่วมน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรแล้วมากกว่า 6.7 หมื่นไร่ ครอบคลุม 11 อำเภอ ขณะที่น้ำโขยังงหนุนสูง ทำให้ลำน้ำสาขาระบายช้า โดยเฉพาะลำน้ำสงครามและลำน้ำอูน ด้านผู้ว่าฯ สั่งเตรียมพร้อมรับฝนหนักซ้ำอีกครั้งระหว่าง18–21 ส.ค.
วันนี้( 15 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ที่ จ.นครพนมยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังอยู่ในระดับสูงนานนับสัปดาห์ ประมาณเกือบ 12 เมตร ส่งผลให้การระบายน้ำจากลำน้ำสาขาสำคัญ โดยเฉพาะ ลำน้ำสงครามและลำน้ำอูน เป็นไปได้ช้า เกิดภาวะน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่การเกษตรหลายอำเภอ ล่าสุดพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายแล้วกว่า 67,335 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 9,567 ราย
ขณะที่อุตุนิยมวิทยาเตือนฝนระลอกใหม่ช่วง 18–21 สิงหาคม 2569 มีโอกาสตกหนักถึงหนักมาก ทำให้จังหวัดเร่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ซ้ำ
ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม ซึ่งสำรวจผลกระทบด้านพืชจากสถานการณ์อุทกภัย พบพื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับความเสียหายรวม 67,335.05 ไร่ ครอบคลุม 11 อำเภอ 68 ตำบล 418 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับผลกระทบ 9,567 ราย พื้นที่ได้รับได้รับผลกระทบสูงสุด 25,786 ไร่ รองลงมา อำเภอนาทม 18,068 ไร่ อำเภอท่าอุเทน 7,554 ไร่ อำเภอนาหว้า 4,755 ไร่ อำเภอบ้านแพง 2,856.75 ไร่ และอำเภอเมืองนครพนม 2,765 ไร่ เฉพาะ อำเภอศรีสงครามและอำเภอนาทม รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบถึง 43,854 ไร่ หรือประมาณ 65% ของพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายทั้งจังหวัด
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินความเสียหายเบื้องต้น ยังต้องมีการสำรวจและตรวจสอบความเสียหายจริงตามขั้นตอนอีกครั้ง ส่วนน้ำโขงยังสูง หนุนลำน้ำสงคราม–ลำน้ำอูน กระทบการระบายน้ำ อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์น้ำของนครพนมยังไม่คลี่คลาย คือ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ระดับน้ำจะมีแนวโน้มลดลงจากช่วงก่อนหน้า แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการระบายน้ำจากลำน้ำสาขา โดยเฉพาะ ลำน้ำสงครามและลำน้ำอูน ซึ่งรับน้ำจากพื้นที่หลายอำเภอ ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำโขง
เมื่อระดับน้ำโขงสูงจึงเกิดภาวะน้ำหนุน ทำให้น้ำจากลำน้ำสาขาระบายออกได้ช้ากว่าปกติ ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นบริเวณกว้าง พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ ศรีสงคราม นาทม นาหว้า ท่าอุเทน และบ้านแพง รวมถึงพื้นที่ริมลำน้ำและจุดเชื่อมต่อกับแม่น้ำโขง
ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทั้ง 12 อำเภอ ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชนให้พร้อมใช้งาน หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถเข้าพื้นที่ได้ทันที พร้อมเน้นย้ำการเฝ้าระวัง พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง พื้นที่ริมลำน้ำสาขา จุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก และพื้นที่การเกษตร รวมถึงเตรียมแผนเคลื่อนย้ายประชาชน กลุ่มเปราะบาง สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินขึ้นสู่พื้นที่ปลอดภัยหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ต้องเร่งตรวจสอบระบบระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเส้นทางคมนาคมที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมประสานฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปภ. ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถบูรณาการช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง เคราะห์ซ้ำ! อุตุฯ เตือน 18–21 ส.ค. ฝนหนักถึงหนักมาก สถานการณ์ยิ่งต้องเพิ่มการเฝ้าระวัง หลัง ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ออกประกาศฉบับที่ 1 (65/2569) เตือนว่า ช่วงวันที่ 18–22 สิงหาคม 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง