กระบี่ – อ่าวมาหยา ส่งสัญญาณฟื้น! สำรวจ ฉลามครีบดำ พบรวมฝูงมากถึง 149 ตัวภายในวันเดียว โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังฟ้าสาง มีทั้งวัยอ่อนและตัวเต็มวัย นักวิจัยตั้งข้อสังเกตอาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการสืบพันธุ์ หรือเป็นผลจากช่วงปิดอ่าว
นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลประชากร ฉลามครีบดำบริเวณอ่าวมาหยา จ.กระบี่ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงปิดอ่าวมาหยาตามมาตรการประจำปี ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน เพื่อเปิดโอกาสให้ระบบนิเวศ ปะการัง และชายหาดได้ฟื้นตัว รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
การสำรวจครั้งนี้ใช้ทั้งโดรน กล้องวิดีโอใต้น้ำพร้อมเหยื่อล่อ หรือ BRUVS รวมถึงการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล โดยเจ้าหน้าที่บินสำรวจประชากรฉลามครีบดำ 13 ครั้ง ติดตั้ง BRUVS 20 ครั้ง และตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล 20 ครั้ง
ผลการสำรวจทางอากาศพบว่า ช่วงเช้าหลังฟ้าสางเป็นช่วงที่พบฉลามครีบดำมากที่สุด โดยพบเฉลี่ย 139.25 ± 8.07 ตัว ขณะที่ช่วงเย็นพบเฉลี่ย 28.60 ± 4.88 ตัว และจากการสำรวจทั้งหมด 13 ครั้ง พบจำนวนสูงสุดในช่วงเช้าของวันที่ 3 สิงหาคม 2569 สามารถนับฉลามครีบดำได้ถึง 149 ตัว
อย่างไรก็ตามจากการสำรวจพบว่า ฉลามหูดำ ที่เข้ามาในช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นตัวเต็มวัยและวัยใกล้เต็มวัย มีขนาดความยาวมากกว่า 1 เมตร และรวมฝูงว่ายวนอยู่ใกล้ชายหาดเป็นจำนวนมากกว่าที่เคยพบจากการสำรวจในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
นักวิจัยจึงตั้งข้อสังเกตว่า การรวมฝูงจำนวนมากดังกล่าว อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการสืบพันธุ์ หรืออาจเป็นผลจากช่วงปิดอ่าว ซึ่งทำให้ฉลามครีบดำสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้โดยไม่มีการรบกวนจากกิจกรรมการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังพบฉลามครีบดำวัยอ่อนขนาดต่ำกว่า 1 เมตร ประมาณ 5–6 ตัว ว่ายอยู่บริเวณริมหาดหน้าอ่าวมาหยา โดยเฉพาะช่วงที่คลื่นลมสงบ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ยังมีฉลามครีบดำหลายช่วงวัยเข้ามาใช้ประโยชน์
ส่วนการสำรวจด้วย BRUVS พบว่าฉลามที่เข้ามาตอบสนองต่อเหยื่อล่อส่วนใหญ่เป็นฉลามครีบดำวัยอ่อน โดยมีพฤติกรรมจู่โจมเหยื่ออย่างชัดเจนในช่วงเย็นและค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นลมสงบ โดยพบจำนวนสูงสุดในเฟรมเดียวกัน หรือ MaxN จำนวน 6 ตัว ขณะที่ฉลามครีบดำตัวเต็มวัยพบประมาณ 1–2 ตัว ว่ายวนอยู่ห่างจากจุดติดตั้ง BRUVS เล็กน้อย
ด้านคุณภาพน้ำทะเล พบว่าอุณหภูมิน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 30.44 ± 0.86 องศาเซลเซียส ความเค็มเฉลี่ย 32.43 ± 0.23 ppt และค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือ pH เฉลี่ย 8.84 ± 0.23 ซึ่งอยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทางทะเล
การพบฉลามครีบดำจำนวนมากในอ่าวมาหยา แม้อยู่ในช่วงฤดูมรสุมและปิดพื้นที่ท่องเที่ยว จึงถือเป็นข้อมูลสำคัญด้านระบบนิเวศ โดยเฉพาะการพบทั้งฉลามวัยอ่อนและตัวเต็มวัยในพื้นที่เดียวกัน สะท้อนว่า อ่าวมาหยายังคงเป็นแหล่งอาศัยและพื้นที่ใช้ประโยชน์ตามธรรมชาติที่สำคัญของฉลามครีบดำ
ขณะเดียวกัน การรวมฝูงจำนวนมากในช่วงปิดอ่าวยังเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์และการเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้พักฟื้น อาจมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวของระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ทะเลหายากในพื้นที่อ่าวมาหยา