กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมทีมมหาดไทย ลงพื้นที่เกาะพะงัน ตรวจสอบธุรกิจโรงแรม เจอต่างชาติร่วมลงทุน มีกรรมการคนไทย แต่ตอบคำถามการทำธุรกิจและการลงทุนไม่เคลียร์ ตรวจวิลล่า เจอจ่ายเป็นเงินอิสราเอลตั้งแต่ต้นทาง เข้าข่ายเลี่ยงภาษี และอีกที่ปิดเงียบ แต่โฉนดออกในนามบุคคลธรรมดา และร้านกัญชา เจอต่างชาติร่วมถือหุ้น คนไทยที่เป็นกรรมการและถือหุ้น น่าสงสัย เตรียมสอบนอมินีเชิงลึก ส่วนกรมที่ดิน เล็งบังคับขายที่ดิน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 14 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ได้มอบหมาย มล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทีมปราบนอมินี กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ลงพื้นที่บูรณาการความร่วมกับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สนธิกำลังกรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเกาะพะงัน สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน และหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงใช้นอมินีอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย โดยให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เช่น กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ขออนุญาต กระทรวงแรงงานตรวจสอบการใช้แรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
โดยการปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมาย 4 จุด ได้แก่ 1.โรงแรมรีสอร์ตขนาดใหญ่ บนที่ดินกว่า 25 ไร่ พบกรรมการคนไทยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ เมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม มีชื่อถือหุ้นอยู่หลายบริษัท โดยมีชาวต่างชาติร่วมลงทุนด้วย ซึ่งมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยไม่สามารถตอบคำถามการประกอบธุรกิจหรือการลงทุนได้ครบถ้วน และเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าผู้ถือหุ้นคนไทยรายนี้เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่อีกหลายบริษัท
2.วิลล่าให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบนักท่องเที่ยวอิสราเอลกำลังเข้าพัก ให้ข้อมูลว่าเช่าพักคืนละหลายหมื่นบาท โดยจ่ายผ่านออนไลน์ ไม่ได้จ่ายค่าเช่าเป็นเงินบาทไทยตั้งแต่ต้นทางที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งอาจเข้าข่ายเลี่ยงภาษี พบข้อมูลผู้ถือหุ้นชาวไทยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่หลายบริษัท
3.ร้านค้ากัญชา เปิดเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น มีทั้งหมด 4 สาขา ในพื้นที่พะงัน สมุย ภูเก็ต และกรุงเทพฯ และจำหน่ายใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (แบบ ภ.ท.33) ในราคาใบละ 300 บาท สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมถึงการขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับกัญชามากมาย จากการตรวจสอบงบการเงินล่าสุดพบว่ามีรายได้มากถึง 15 ล้านบาท พบข้อมูลผู้ถือหุ้นชาวไทยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่หลายบริษัท ซึ่งมีข้อสงสัยหลายประการที่จะต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไป
4.วิลล่าหรู ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงเชิงเขา เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบวิลล่าดังกล่าวพบปิดเงียบ ไม่พบบุคคลใดที่จะสามารถให้ข้อมูลใด ๆ ได้เลย แต่พบว่าโฉนดออกในนามของบุคคลธรรมดา ซึ่งจะต้องตรวจสอบการถือครองที่ดินและรายละเอียดของการประกอบธุรกิจต่อไป
ทั้งนี้ นายพลพีร์ มีข้อสั่งการกรณีที่มีนิติบุคคล 104 ราย ถือครองที่ดิน 124 แปลง ให้กรมที่ดินดำเนินการต่อผ่านอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อประชุมและบังคับจำหน่ายทันที และในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ตรวจสอบเรื่องนอมินีและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีต่างชาติเข้ามาลงทุน หรือประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมายอยู่จำนวนมาก ซึ่งอยากฝากถึงผู้ประกอบการชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย หรือผู้ให้คำแนะนำการลงทุนทั้งหลาย ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมพร้อมอำนวยความสะดวก และอยากฝากถึงคนไทยที่มีพฤติกรรมช่วยเหลือ หรือมีส่วนสนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดในลักษณะนอมินีอยากให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว โดยขอให้เห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
“หากพบว่าคนไทยรายใดมีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ยอมรับเงินหรือผลประโยชน์ โดยยินยอมเป็นนอมินีอำพรางให้ต่างชาติ จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดตามมาตรา 36 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษตามมาตรา 37 ในอัตราโทษเดียวกัน”