รอน จอห์นสัน วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์(16ส.ค.) กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐบาลกลาง ล้มเหลวในการเตือนประชาชนเกี่ยวกับความกังวลด้านความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 อ้างมีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆต่อกรณีที่มันถูกปกปิดเป็นความลับมาโดยตลอด ไม่ยอมเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบ
"พวกเขาปล่อยให้ประชาชนตายหรือไม่ก็กลายเป็นผู้พิการถาวร เพราะว่าพวกเขาไม่อยากก่อความลังเลใจในการฉีดวัคซีน" จอห์นสันเขียนบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์
สมาชิกวุฒิสภาจากวิสคอนซิน สังกัดพรรครีพับลิกันรายนี้ ทำงานร่วมกับวุฒิสมาชิกรัลด์ พอล ตีแผ่การติดต่อสื่อสารหลายๆอย่าง ที่เขาอ้างว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญระดับสูงทราบเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆนานาที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2021 โดยผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น รวมไปถึง แอนโทนี เฟาซี อดีตผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ
จอห์นสัน อ้างอิงข้อความทางโทรศัพท์มือถือ ที่อ้างว่า จอห์น แมสโคลา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวัคซีนของสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ ณ ขณะนั้น ได้ส่งถึง เฟาซี เน้นย้ำว่าจากผลการศึกษาเบื้องต้น เห็นควรหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากพบ "อัตราการแท้งบุตรที่สูงกว่าเดิม"
นอกจากนี้แล้ว วุฒิสมาชิกรายนี้ยังอ้างสิ่งที่เขาอ้างว่าเป็นอีเมลจาก จาเน็ต วูดค็อค เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(FDA)แห่งสหรัฐฯ ที่ส่งถึง เฟาซี แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานกรณีที่มีผู้รับวัคซีนหลายราย มีอาการไม่พึงประสงค์
วูดค็อค เน้นย้ำในอีเมล ว่าเธอได้รับรายงานเป็นการส่วนตัวจากบรรดาคนไข้ที่ประสบปัญหาอาการข้างเคียงหรือความผิดปกติที่ยากจะจัดหมวดหมู่ความรุนแรงและสาเหตุของอาการ สืบเนื่องจากความซับซ้อน
"แล้วทำไมสาธารณชนถึงไม่ได้รับแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับข้อกังวลของพวกเขา?" วุฒิสมาชิกจอห์นสันถาม นอกจากนี้แล้วเขายังตั้งคำถามเกี่ยวกับจริยธรรมของการบังคับฉีดวัคซีนที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น พร้อมแสดงความหวังว่าในท้ายที่สุดแล้ว พวกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะให้ความร่วมมือ เพื่อชี้แจงความหมายที่แท้จริงของการติดต่อสื่อสารเป็นการส่วนตัวดังกล่าว
คำกล่าวหาของจอห์นสัน มีขึ้นหลังจากคณะกรรมาธิการความมั่นคงภายในและกิจการรัฐบาลของวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบส่งเรื่องให้เอาผิด เฟาซี อดีตที่ปรึกษาการแพทย์ทำเนียบขาว ในข้อหาละเมิดอำนาจรัฐสภา สาเหตุเกิดจาก เฟาซี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามและใช้สิทธิตามบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 (ไม่ให้การเป็นพยานปรักปรำตนเอง) ระหว่างการไต่สวนเรื่องต้นตอและการรับมือโควิด-19 ซึ่งนำโดยวุฒิสมาชิกรันด์ พอล จากพรรครีพับลิกัน
ทีมกฎหมายของเฟาซี เรียกการไต่สวนกังกล่าวว่าเป็น "วิถีแห่งการแก้แค้นที่ผิดปกติ" ที่นำโดยรัลด์ พอล
(ที่มา:อนาโดลู)