ชาวปราจีนบุรีรวมตัวหน้าศาลากลางจังหวัดเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เพื่อรอฟังคำตอบจากรัฐบาลกรณีคัดค้านการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เข้ามายังจังหวัดปราจีนบุรี หลังเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งเพิ่งนำรายชื่อประชาชน 11,207 รายชื่อไปยื่นถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ เครือข่ายประกาศชัดว่าจะกลับมารวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม เพื่อปักหลักรอฟังคำตอบและมติจากรัฐบาลว่าจะยุติการขยาย EEC มายังปราจีนบุรีหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวต่อจนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เมื่อประชาชนเดินทางมาถึงศาลากลาง กลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่า กลับพบประตูรั้วศาลากลางถูกปิด ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปภายในพื้นที่เพื่อรอฟังคำตอบได้ และมีการตั้งคำถามถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีว่า เหตุใดจึงมีคำสั่งปิดประตู ทั้งที่ประชาชนประกาศนัดหมายมารอฟังคำตอบจากรัฐบาลอย่างเปิดเผยมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนบางส่วน โดยมองว่า พวกเขาเดินทางมาเพียงเพื่อรับฟังคำตอบเกี่ยวกับอนาคตของพื้นที่และผลกระทบที่จะเกิดกับจังหวัดของตัวเอง แต่กลับต้องรออยู่ด้านนอกศาลากลาง
ต้นเหตุของการเคลื่อนไหวครั้งนี้มาจากข้อเสนอขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งไม่เห็นด้วย และได้รวบรวมรายชื่อประชาชน 11,207 รายชื่อยื่นถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อขอให้รัฐบาลมีมติยุติแนวคิดดังกล่าว
ฝ่ายประชาชนให้เหตุผลว่า ปราจีนบุรีเผชิญปัญหาด้านอุตสาหกรรมและการจัดการกากของเสียอยู่แล้ว และกังวลว่าการขยาย EEC อาจเพิ่มแรงกดดันต่อพื้นที่เกษตร ชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ และพื้นที่ป่าที่มีความสำคัญ พร้อมตั้งคำถามต่อความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการศึกษาการขยายพื้นที่ EEC
ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ประชาชนกำลังรอคำตอบไม่ได้มีเพียงว่ารัฐบาลจะ “ทบทวน” โครงการหรือไม่ แต่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนว่าจะยุติการขยาย EEC มาปราจีนบุรีหรือไม่
ล่าสุด การปิดประตูศาลากลางจึงกลายเป็นอีกคำถามที่ประชาชนต้องการคำชี้แจงจากจังหวัดว่า มีเหตุผลหรือมาตรการใดที่ทำให้ต้องกันประชาชนไว้นอกพื้นที่ และจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนชาวบ้านเข้าไปรับฟังหรือเจรจากับหน่วยงานรัฐอย่างไร
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ ยังไม่พบคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากจังหวัดปราจีนบุรีถึงเหตุผลของการปิดประตูดังกล่าว หากมีคำชี้แจงเพิ่มเติมจะต้องนำเสนอประกอบต่อไป
#NEWS1 รายงาน