ศูนย์ข่าวศรีราชา - ผู้ว่าฯ ชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์และสารเคมีในพื้นที่ ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา หลังชาวบ้านร้องเรียนได้รับผลกระทบจากน้ำเสีย ไหลออกสู่พื้นที่สาธารณะ กระทบแหล่งน้ำและพื้นที่การเกษตร พบเบื้องต้นโรงงานไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย มีเพียงบ่อพักน้ำ ขณะที่อุตสาหกรรมจังหวัดสั่งหยุดดำเนินการชั่วคราว พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำ-ดินตรวจหาสารปนเปื้อน ด้านผู้ว่าฯ สั่งเร่งทราบผลภายใน 15 วัน หากพบความผิดให้ดำเนินคดีและพิจารณาเยียวยาชาวบ้าน
วันนี้( 17 ส.ค.) เวลา 16.00 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนางภัทรชนันท์ ผ่องผาด นายอำเภอศรีราชา นายเลอศักดิ์ กุลเสถียร อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี นายสราวุธ สุโพธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลเขาคันทรง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์ สารเคมี หรือวัสดุเคมี ในพื้นที่ ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบจากน้ำเสียของโรงงาน
ชาวบ้านระบุว่า น้ำจากบริเวณโรงงานไหลออกสู่พื้นที่สาธารณะ ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะแปลงปลูกสับปะรดและสวนปาล์ม ทำให้พืชผลแห้งตาย นอกจากนี้ยังพบกลิ่นผิดปกติบริเวณน้ำและดิน จนไม่สามารถนำน้ำจากลำธารสาธารณะไปใช้ทำการเกษตรได้ตามปกติ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าโรงงานไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย มีเพียงบ่อพักน้ำ และมีการระบายน้ำออกสู่พื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดฝนตก น้ำที่ชะล้างผ่านพื้นที่ภายในโรงงานอาจไหลออกสู่พื้นที่โดยรอบและสร้างผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่เกษตรกรรม
ด้านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีได้สั่งให้โรงงานหยุดดำเนินการชั่วคราว พร้อมให้เร่งปรับปรุงแก้ไขระบบที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม จะเก็บตัวอย่างน้ำ ดิน รวมถึงสิ่งแวดล้อมโดยรอบและบริเวณจุดระบายน้ำ เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนและหาสาเหตุของผลกระทบอย่างละเอียด
นายนริศกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ผลการปนเปื้อนของน้ำและดินให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน พร้อมระบุว่า หากผลตรวจพบสารปนเปื้อนหรือพบการกระทำผิด จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงพิจารณาให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบเยียวยาประชาชนและพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวภายในสถานประกอบการดังกล่าว โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานแรงงานจังหวัดชลบุรี กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี และตำรวจภูธรบ่อวิน
ผลการตรวจสอบพบพนักงานรวม 24 คน แบ่งเป็นชาวจีน 15 คน ชาวเมียนมา 7 คน บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน 1 คน และสัญชาติไทย 1 คน โดยพบคนต่างด้าวกระทำความผิดตามกฎหมายรวม 6 คน เป็นชาวจีน 3 คน กระทำการทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ และชาวเมียนมา 3 คน ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้ง 6 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อวิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมร้องทุกข์กล่าวโทษนายจ้างตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไป