ราคาน้ำมันขยับขึ้นมากกว่า 2% ในวันจันทร์(17ส.ค.) จากความกังวลต่ออุปทานโลก อันเนื่องจากมุมมองในแง่ลบเกี่ยวกับความพยายามทางการทูตในการคลี่คลายสงครามอิหร่าน ปัจจัยนี้ดันทองคำปิดบวก ขณะที่วอลล์สตรีทปรับลด นักลงทุนเฝ้ารอรายงานผลประกอบการบริษัทและจับตาข้อมูลเศรษฐกิจ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 2.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 84.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 2.35 ดอลลาร์ ปิดที่ 90.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าอเมริกาไม่ได้กำลังหาทางขยายกรอบเวลาบันทึกความเข้าใจที่ทำไว้กับอิหร่าน และเชื่อว่าเตหะรานจะไม่ทำข้อตกลงในลักษณะที่เขาคิดว่ามีความจำเป็น "อิหร่านจำเป็นต้องยกธงขาว ถ้าโอมานขวางทาง ผมจะทิ้งบอมบ์ใส่พวกเขา"
ในส่วนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านบอกกับรอยเตอร์ส ว่าเตหะรานจะยกระดับความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและขยายวงไปไกลกว่านั้น และเปิดฉากโจมตี ถ้าสหรัฐฯล้มเหลวทำตามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวโดยสมบูรณ์ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ความกังวลต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ประกอบกับการอ่อนค่าของดอลลาร์ ผลักให้ราคาทองคำปรับขึ้นในวันจันทร์(17ส.ค.) โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 0.8 % ปิดที่ 4,473.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันจันทร์(17ส.ค.) นักลงทุนเฝ้ารอรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของบรรดาผู้ค้าปลีกรายใหญ่ ที่จะมอบมุมมองเกี่ยวกับการใช้จ่ายของพวกผู้บริโภคอเมริกา ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอีกรอบ
ดาวโจนส์ ลดลง 272.63 จุด (0.51 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 53,459.78 เอสแอนด์พี ลดลง 40.70 จุด (0.52 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,745.06 จุด แนสแดค ลดลง 84.25 จุด (0.32 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,644.91 จุด
นักลงทุนจับตาอย่างระมัดระวังต่อข้อมูลเศรษฐกิจชุดใหม่ หลังตัวเลขค้าปลีกและการจ้างงานในเดือนกรกฏาคมออกมาอ่อนแอ นอกจากนี้แล้วพวกเขายังเฝ้ารอรายงานผลประกอบการรายไตรมาสจากบรรดาบริษัทค้าหลักยักษ์ใหญ่ ซึ่งจะบ่งชี้ถึงแนวโน้มการใช้จ่ายของพวกผู้บริโภคสหรัฐฯ โดยที่ โฮม ดีโปต์ มีกำหนดเผยแพร่รายงานในวันอังคาร(18ส.ค.) ส่วน วอลมาร์ท มีคิวในวันพฤหัสบดี(20ส.ค.)
(ที่มา:รอยเตอร์ส)