xs
xsm
sm
md
lg

นั่นไง! นิวยอร์ก-เท็กซัสสั่งเบรกดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว ส่วนเอกนิติลั่น! รื้อระเบียบใหม่แต่ไม่ยกเลิก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



20 สิงหาคม 2569 กระแสคัดค้านการเร่งดึงลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่เริ่มเห็นมาตรการ “เบรก” โครงการอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ประเทศไทยเลือกแนวทางรื้อกติกาใหม่ แต่ยังไม่ยกเลิกนโยบายดึงดูดการลงทุน

ฝั่งไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ดบีโอไอ สั่งทบทวนยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งหมด หลังมีข้อกังวลเรื่องการใช้น้ำ ไฟฟ้า สิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่าหลังจากนี้ต้องดูให้ชัดว่าประเทศไทยและคนไทยได้อะไรกลับมาจากการลงทุน ไม่ใช่มองเพียงตัวเลขเม็ดเงิน

ข้อมูลจากรัฐบาลไทยระบุว่า การทบทวนดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการยกเลิกดาต้าเซ็นเตอร์ รัฐบาลยังเดินหน้ารับการลงทุนต่อ เพียงเพิ่มการคัดกรองเรื่องการใช้พลังงาน น้ำ การสร้างงาน การใช้ผู้ประกอบการไทย การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนผลตอบแทนที่ประเทศจะได้รับ โดยมูลค่าการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับการส่งเสริมในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในระดับหลายแสนล้านบาท

ขณะที่สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐนิวยอร์ก เลือกมาตรการที่แรงกว่า โดยประกาศพักการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งใหม่ที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 50 เมกะวัตต์ขึ้นไปเป็นเวลา 1 ปี เพื่อเปิดทางให้รัฐจัดทำมาตรฐานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางความกังวลเรื่องค่าไฟ การใช้น้ำ และผลกระทบต่อชุมชน

ส่วน รัฐเท็กซัส แม้ไม่ได้สั่งหยุดดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งรัฐ แต่ Reuters รายงานว่า การพัฒนาโครงการใหม่ชะลอตัวลงจากข้อจำกัดและการพักบางส่วนของการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า จนสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ ปรับลดประมาณการการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าในเท็กซัสปี 2027 จากเดิม 14% เหลือ 6% โดยปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการพักการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่

นอกจากนี้ Reuters ยังรายงานว่า ผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง PJM เสนอแนวทางให้ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องสลับไปใช้ไฟสำรองของตนเองในภาวะฉุกเฉิน เพื่อช่วยลดแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้าและป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟทั่วไป

ดังนั้น ภาพวันนี้จึงเห็นความแตกต่างค่อนข้างชัดว่า นิวยอร์กเลือกหยุดเพื่อประเมินก่อน เท็กซัสชะลอจากข้อจำกัดระบบไฟฟ้า ขณะที่ไทยเลือก “เดินหน้าต่อแต่รื้อกติกาใหม่”

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า กติกาใหม่ของไทยจะเข้มพอหรือไม่ที่จะป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนด้านไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อมในอนาคต และผลตอบแทนจากเงินลงทุนมหาศาลจะคุ้มค่ากับทรัพยากรของประเทศที่ต้องนำไปใช้จริงหรือไม่

#NEWS1 รายงาน