รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ จ.อ่างทอง เพื่อรู้จัก “น้องเฟรมและน้องลิลลี่” ที่ใช้ความสามารถด้านร้องเพลงเปิดหมวกหารายได้แบ่งเบาภาระพ่อแม่ โดยนอกจากหวังให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้ว ยังฝันอยากเป็นนักร้องอีกด้วย
“ลิลลี่มาวิงวอนไหว้ เสียงไม่ค่อยหวาน ฝากชื่อน้องพิมพ์ชญานันท์ โปรดช่วยติดตามขอความเมตตา ให้เสน่หาทุกห้วง เอ็นดูเถอะหนอหนูขอรางวัล เพราะอยากโลดแล่นเรียนรู้ ไม่ทิ้งระยะความกตัญญู จงช่วยอุ้มชูทุกช่วง ความฝันที่ใฝ่อย่าให้ต้องฟาวล์ อยากเด่นเช่นดาวอีกดวง”
พิมพ์ชญานันท์ เป้าสุวรรณ หรือน้องลิลลี่ กับวัย 8 ขวบ แนะนำตัวแบบลิเก ให้ได้ฟังเสียงใสๆ ก้องกังวานและน่าเอ็นดู
นอกจากน้องลิลลี่จะช่วยพ่อแม่หารายได้ด้วยการร้องเพลงเปิดหมวกแล้ว พี่ชายอย่างน้องเฟรม หรือพงศ์วรพัฒน์ เป้าสุวรรณ ก็ร้องเพลงเปิดหมวกช่วยครอบครัวเช่นกัน
“ผมเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุ 4 ขวบ (ถาม-ใครเป็นคนพาเข้าวงการร้องเพลง?) แม่เป็นคนพาเข้าวงการร้องเพลง เพราะแม่ชอบฟังเพลง ผมก็ชอบร้องเพลงด้วยเหมือนกัน (ถาม-สำหรับน้องลิลลี่ น้องยังอ่านหนังสือไม่ได้เลย ก็เริ่มร้องเพลง เฟรมมีส่วนช่วยน้องยังไงบ้าง?) ผมก็จะคอยร้องให้น้องฟัง น้องก็จะใช้ความจำเอา เพราะน้องยังอ่านหนังสือยังไม่ค่อยคล่อง (ถาม-รู้สึกยังไงที่เห็นน้องร้องเพลงเก่งขึ้นเรื่อยๆ เลย?) ก็ภูมิใจ เพราะผมว่ามันก็ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ เพราะผมก็อยู่ในช่วงเสียงแตก กำลังเข้าที่ น้องก็เข้ามาก็ถือว่าช่วยลดภาระครอบครัว”
การเห็นลูกชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็ก คุณแม่รุ่งทิพย์ เป้าสุวรรณ ก็ทำทุกทางเพื่อให้ลูกได้มีเวทีแสดงความสามารถ
“น้องเฟรม ตอนนั้นอายุ 7 ขวบ เหมือนร้องผิดคีย์บ้าง แต่ด้วยความที่ตอนนั้นลูกเราร้องเพลงได้ แม่เราก็ฟังว่าเพราะแหละ ก็เดินสายประกวดเลย ติดไหม ไม่ค่อยติดหรอก เพราะด้วยความยังเล็ก ก็พาไปทุกเวที และตามแม่ไปขายของที่ตลาด ก็ซื้อลำโพงตัวเล็กๆ ให้เขา เขาก็ไปเปิดหมวก น้องก็ไปยืนเต้น น้องลิลลี่ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง พี่ทำอะไร ก็ทำตาม ก็ซึมซับมา”
“พาเขาไปทุกที่เลย เพราะว่าด้วยลูกชอบ เราก็ชอบด้วย เหมือนกับให้ลูกเราได้หาประสบการณ์ ได้เรียนรู้ 3 ปีแรกต้องบอกเลยว่า อย่างพี่ชายเขา พี่เฟรม เริ่มตั้งแต่ 7 ขวบ เพิ่งจะติดรางวัลก็ตอน 9 ขวบ รู้สึกว่า 3 ปียังไม่ได้อะไรเลย ก็ไม่ท้อ ก็มาเรื่อยๆ จนกระทั่งเหมือนคนเห็นก็จะว่า จะได้นักร้องสาวอีกคนหนึ่งแล้ว เราก็ฝึกมาด้วยกันเลย”
ด้านปริเวช มีมอญ พ่อของน้องเฟรมและลิลลี่ ยอมรับว่า หลังงานของพ่อมีปัญหา ลูกได้ใช้ความสามารถด้านร้องเพลงเพื่อพยุงครอบครัว
“(ถาม-เป็นยังไงบ้างชีวิตของผู้รับเหมา?) ทีแรกก็ดีนะ แต่พอ เหมือนความโลภของเรา เราอยากได้เป็นเงินเยอะๆ เราก็เลยรับงานเพิ่ม และรับลูกน้อง หาลูกน้องมา จากที่เราทำกันแค่ 3 คนพ่อแม่ลูก พอไปๆ มาๆ เราก็รับงานเพิ่ม กลายเป็นเอาลูกน้องมาเป็น 15 คน จากที่เราใช้จ่ายปกติวันละ 300-500 ก็อยู่ได้ จาก 3-4 คน พอกลายเป็น 15 คน ค่าใช้จ่ายวันหนึ่ง 7,500-8,000 ที่จะต้องจ่าย ผมก็ทำอย่างนี้ได้ประมาณ 2 ปี ช่วงโควิดพอดีเลย”
“ตั้งแต่นั้นมา พ้นโควิดมา ผมก็หมดเหมือนกัน หมดตรงที่ว่าไปโดนโกง อย่างไปเหมาเขาไว้แสนหนึ่ง เขาจ่ายมา เบิกมาได้แค่ 3 หมื่น อีก 7 หมื่นไม่จ่าย โดนอย่างนี้มา 2 เจ้า ผมก็เลยเลิก ขอหยุดก่อน เพื่อให้ลูกน้องกลับไปบ้านเขา พอลูกน้องกลับไปแล้ว ลิลลี่บอกว่า พ่อ หยุดก่อนเถอะ มาช่วยหนู มาขับรถให้หนูเถอะ ช่วงนี้หนูเริ่มมีงานแล้ว ก็เลยมาวิ่งงานให้ลิลลี่ ช่วงนี้เลยรับบ้างไม่รับบ้าง”
“(ถาม-เรื่องของการทำงานตอนนั้น ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้ ทำไมถึงตัดสินใจกู้?) เพราะว่าเราเป็นหนี้ลูกน้อง เราก็รู้อยู่ว่าเขาทำเพราะอยากได้เงิน ถึงเราจะโดนโกงก็ช่าง เราก็ไปเอาของคนอื่น ไปหยิบหนี้ยืมสินเขามาเพื่อให้คนงานได้ตังค์ เราก็ต้องยอมเป็นหนี้ เครียดมากทุกด้าน มองไปทางไหนก็ไม่มีใคร (ถาม-หลังจากเหตุการณ์นั้น ครอบครัวเราต้องเผชิญอะไรบ้าง?) หลายอย่าง ไหนจะต้องหาเงินมาใช้หนี้เขา และลูกต้องออกเปิดหมวกเพื่อหาเงิน ผมเอง พอผมออกจากตรงนั้นปุ๊บ ผมเบาอยู่แล้ว ไม่มีงาน หลักๆ ก็เป็นงานของลูกสาว ลูกชาย ร้องเพลง ร้องเพลงคือหลักๆ ก็หาจากตรงนั้น ได้น้อยได้มากเราก็เอาไปจ่าย เขาไม่ค่อยมาจี้เรา แต่เราก็ต้องให้เขาไง เพราะเราเป็นหนี้เขา”
เคยมีบ้าน ต้องย้ายอยู่บ้านเช่า!
“ตอนแรกเราก็มีบ้าน เหมือนว่าเราก็ส่งบ้าน แต่ด้วยเศรษฐกิจหลายๆ อย่าง ด้วยการเป็นหนี้โน่นนี่นั่น เลยไม่ได้อยู่สุพรรณฯ แล้ว เลยย้ายตามที่ลูกจะมาเรียน มาเช่าบ้านอยู่แถวที่ลูกจะเรียน อ่างทอง”
ครูชื่นชมน้องลิลลี่ มีความรับผิดชอบ!
ธิดารัตน์ วันจงคำ ครูโรงเรียนอนุบาลวัดอ่างทอง พูดถึงน้องลิลลี่ว่า“น้องเป็นคนร่าเริง เป็นที่รักของเพื่อนๆ น้องเป็นคนมีความรับผิดชอบ ทุกครั้งที่จะมีงานนอกเข้ามา น้องจะมาขออนุญาตตลอด และพยายามตามงานตลอด (ถาม-แล้วตรงนี้ส่งผลต่อการเรียน ทำให้ผลการเรียนตกบ้างไหม?) ไม่นะ เพราะน้องค่อนข้างมีความรับผิดชอบ สมมุติมีงาน จะขออนุญาตไปแค่ช่วงที่ต้องซ้อมจริงๆ แต่ถ้าน้องไม่ได้มีการซ้อมแล้ว น้องก็จะเข้าเรียนตามปกติ”
ขณะที่ครูอัญชลี กันอุปัทว์ บอกว่า“น้องเป็นเด็กที่เฟรนด์ลี่ คุยได้กับทุกคนเลย เป็นเด็กที่กล้าแสดงออก ถ้าอะไรที่เขาไม่เข้าใจ เขาไม่กลัวที่จะถาม เป็นเด็กที่น้ำไม่เต็มแก้ว”
ด้านครูอมลรุจี แก้วประจุ ซึ่งเคยสอนน้องลิลลี่เช่นกัน พูดถึงน้องว่า“ตัวตนของน้องคือ เป็นเด็กร่าเริงสดใส ออกแนวติงต๊องด้วยซ้ำ ชอบแกล้งขี้เล่น พอรู้จักกัน ได้เห็นอีกมุมมองอีกชีวิตหนึ่ง ว่าเขาเป็นเด็กสู้ชีวิตมากๆ จากที่ได้พูดคุยกับตัวเขาเองและพ่อแม่ผู้ปกครอง และจากการที่ครูได้สอนน้องด้วยตั้งแต่ชั้น ป.2 ขึ้นมา เราจะเห็นเลยว่า เด็กคนนี้ทำงานหนักตั้งแต่เด็กเลย”
น้องลิลลี่ภูมิใจ คนฟังชมร้องเพลงเก่ง!
“(ถาม-ครั้งแรกที่ร้องเพลงเปิดหมวกต่อหน้าคนเยอะๆ รู้สึกยังไงบ้าง?) ก็รู้สึกดีที่มีคนดูเรา (ถาม-ตื่นเต้นไหมครั้งแรกเลย?) ครั้งแรกไม่ค่อยตื่นเต้น เพราะเราก็ชอบร้องด้วย (ถาม-ไม่อายเลยหรือ?) ค่ะ (ถาม-ส่วนใหญ่คนเข้ามาชมเชยหรือพูดบอกว่ายังไงบ้าง?) เขาบอกว่า น้องเก่งมากเลย สู้ๆ ต่อไปนะคะ (ถาม-ได้ฟังอย่างนี้แล้ว รู้สึกยังไง?) รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองร้องออกมาได้ดี”
“(ถาม-เวลาไปร้องเพลง เราก็จะได้เงินมาใช่ไหม?) ค่ะ (ถาม-ได้เงินมากน้อยแล้วแต่วันใช่ไหม?) ค่ะ (ถาม-มีวันไหนที่ได้เงินน้อยๆ ไหม?) ก็จะมีพวกตลาด ได้ 20 บางทีก็ 40 ช่วงนี้หน้าฝนด้วย ฝนตก”
ด้านน้องเฟรม พี่ชายน้องลิลลี่ พูดถึงการร้องเพลงเปิดหมวกกับน้องสาวว่า“ส่วนมากจะสลับกันร้อง เพราะไม่อยากให้เหนื่อย อาจจะคนละ 5 เพลง 10 เพลง น้องอาจจะร้อง 5 เพลง ผมร้อง 10 เพลง (ถาม-เคยมีวันไหนที่เหนื่อยและท้อบ้างไหม?) ก็มี เพราะบางวันเราร้องจนเหนื่อย แต่เปิดกระป๋องมา ได้แค่ 20-40 อย่างนี้”
น้องเฟรมภูมิใจได้สู้เพื่อครอบครัว!
“ตอนนั้นเหมือนว่ารถโดนยึด ก็เหมือนว่าไม่มีตังค์ส่งเขา เขาก็มายึดรถไป (ถาม-ตอนนั้นเฟรมในฐานะลูก รู้สึกยังไงบ้านเรากำลังเจอวิกฤต?) ก็รู้สึกว่าพะวง ไม่รู้จะทำยังไงต่อ แต่ก็พยายามเปิดหมวกไปเรื่อยๆ (ถาม-อะไรทำให้เราตัดสินใจจริงๆ กับการร้องเพลงเพื่อช่วยครอบครัว?) เพราะพ่อแม่ ก็รู้สึกภูมิใจที่เราได้มาขนาดนี้ กว่าเราจะผ่านจะได้ขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย”
สองพี่น้องร้องเพลงเปิดหมวก เสาหลักพยุงครอบครัว!
“บางทีพ่อกับแม่ยังอายลูก มันเหมือนกับเขาเป็นเสาหลักของบ้านไปแล้ว แม่กับพ่อคือทำหน้าที่สนับสนุนเฉยๆ แต่เขาเป็นเสาหลักที่หาเงินเข้ามาเลย เพื่อให้ครอบครัวรอด ต้องบอกได้เลยว่า การร้องเพลงของเขาทำให้ครอบครัวประคองมาถึงทุกวันนี้ และแม่เชื่อมั่นว่า น่าจะประคองต่อไปได้เรื่อยๆ”
“บางครั้งเราถามลูกว่า เป็นยังไงลูกเหนื่อยไหม เขาบอกว่า หนูไม่เหนื่อย หนูเห็นพ่อกับแม่เหนื่อยกว่า เราก็ภูมิใจแล้ว และอีกอย่างคือ เราพาลูกมาในด้านร้องเพลงอยู่แล้ว เราก็พาเดินสายประกวดและล่าสุด ลิลลี่ทำให้เราได้ ผมเลยพากันไปประกวดที่ชุมพร ถ้วยพระราชทาน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และลิลลี่ทำได้ อย่างเราคนเป็นพ่อเป็นแม่ ความภาคภูมิใจสูงสุด ถ้าเป็นของนักร้อง คือถ้วยพระราชทาน นั่นคือเกียรติสูงสุดแล้วของวงการร้องเพลง”
ฝัน...ของสองพี่น้อง!
“ผมอยากเป็นนักร้อง ศิลปิน อยากมีเพลงของตัวเอง และอยากโด่งดังมีเอฟซีเยอะๆ ถ้ามีวันนั้นจริงๆ จะพาพ่อแม่ไปเที่ยว ซื้อบ้านซื้อรถ อยากพาไปทุกที่เลย”
“โตขึ้นหนูอยากเป็นศิลปินเหมือนพี่ไรอัล ลีโอ และจะซื้อรถคันใหญ่ๆ ให้พ่อแม่ เวลาเดินทางจะได้สะดวก (ถาม-ถ้าวันหนึ่งหนูได้เป็นนักร้องหรือศิลปินขึ้นมาจริงๆ สิ่งแรกที่อยากทำให้ครอบครัวคืออะไร?) ให้เงินพ่อกับแม่ และซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ (ถาม-ทุกวันนี้ที่อยู่อาศัยเป็นยังไง?) ลำบาก”
หากท่านใดต้องการส่งกำลังใจหรือติดตามเส้นทางความฝันของเฟรมและลิลลี่ ติดตามผลงานของน้องทั้งสองได้ที่เฟซบุ๊ก “ลิลลี่ พิมพ์ชญานันท์“ หรือหากต้องการติดต่อจ้างงาน โทรไปได้ที่ คุณปอนด์ โทร. 096-232-4510 หรือคุณแม่รุ่ง โทร. 062-926-6566 หรือต้องการช่วยเหลือทุนการศึกษา โอนไปได้ที่ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี ด.ญ.พิมพ์ชญานันท์ เป้าสุวรรณ เลขที่บัญชี 020-481-650545
คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“บ้าน...ที่มีเสียงเพลง”
https://www.youtube.com/watch?v=Rs6Al-gc-LQ&t=3s
ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)
หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อhttps://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อhttps://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos