MGR Online - รมว.ยุติธรรม สั่งทบทวนการบังคับโทษ-ปรับเลื่อนชั้นนักโทษคดีร้ายแรงให้จำคุกตามเกณฑ์ขั้นต่ำ และมีผลต่อการอภัยโทษ รับกรณี “เล่าต๋า” มีช่องโหว่เรื่องอายุ
วันนี้ (20 ส.ค.) ณ ห้องประชุม กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้
พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยภายหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง ว่า ในที่ประชุมมีการพิจารณา 2 ส่วน ส่วนแรกคือ เรื่องของการอภัยโทษ กรมราชทัณฑ์ เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีการพูดคุยเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเหมือนกับกรณีของนายเล่าต๋า แสนลี่ ซึ่งรับโทษจริงเพียงไม่กี่ปี ต้องวางกรอบว่าหากผู้ต้องขังถูกศาลมีคำพิพากษาจำคุกกี่ปีก็ตาม เมื่อมีการลดโทษก็ต้องมีการกำหนดเลยว่าไม่ควรต่ำกว่าระยะเวลาเท่าใด ทำให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานย่อยขึ้นมารองรับเพื่อพิจารณาวางกฎเกณฑ์ว่า ศาลพิพากษาโทษประหารชีวิต หรือศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องขังจะต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่ากี่ปี เพื่อที่จะได้รับการพิจารณาปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด และถ้าเกี่ยวข้องกับมีจำนวนผู้เสียหายด้วย เช่น ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ไม่มีการชดใช้เยียวยา หากศาลมีคำพิพากษาหนัก 4,000 กรรม เกณฑ์ควรเป็นอย่างไรบ้าง ในส่วนที่สอง คือ การกระทำผิดซ้ำ หรือผู้ต้องขังตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 หรือ กฎหมาย JSOC ซึ่งรับผิดชอบโดยกรมคุมประพฤติ
พล.ต.ท.รุทธพล เผยว่า ส่วนกรณีนายเล่าต๋า แสนลี่ เป็นตามการพิจารณาที่กำหนดไว้ เพียงแต่ระเบียบปฏิบัตินั้นมีช่องโหว่ ซึ่งไม่ใช่ข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่มีการกระทำทุจริต หรือประพฤติมิชอบ แต่เป็นระเบียบที่มีการแก้ไขกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และเจ้าหน้าที่ก็ถือปฏิบัติตาม อีกทั้งยังมีเรื่องของเกณฑ์อายุของผู้ต้องขัง จึงทำให้เกิดการลดโทษที่มากขึ้น จนเป็นประเด็นตรงนี้ ส่วนประเด็น นายเล่าต๋า ได้อภัยโทษลดโทษมากกว่าผู้ต้องขังรายอื่น ตนไม่สามารถตอบในเรื่องนี้ได้ เพราะมันเป็นเรื่องภายในระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ยกตัวอย่างกรณีที่คนไปเปรียบเทียบ “นายเล่าต๋า กับ แพท พาวเวอร์แพท” ว่า ของกลางจำนวนเท่านี้ติดกี่ปี ในขณะที่กรณีของนายเล่าต๋า ในจำนวนของกลางเท่านี้ ทำไมติดเท่านี้ ตนก็ต้องบอกว่ามันเป็นระเบียบคนละตัว และเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ดุลพินิจในการตัดสินพิจารณา แต่ใช้กฎระเบียบ ในเวลานั้น ซึ่งมันเป็นคนละช่วงเวลากัน
พล.ต.ท.รุทธพล ยอมรับว่า นายเล่าต๋า ถูกจับกุมและมีคำพิพากษาโทษจำคุก ตอนวัยที่เกิน 70 ปี จึงเป็นเหตุผลว่าเข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษลงโทษ เนื่องด้วยอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังสูงวัย จึงได้รับประโยชน์ตรงนี้ไปด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีคณะทำงานเพื่อรับฟังและหารือในการจะแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 ดังนั้น ทางคณะทำงานย่อย จะเป็นผู้ไปพิจารณารายละเอียดเพื่อนำมาใช้หารือในการประชุมอีกครั้งในวันที่ 24 ส.ค.69
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวเสริมว่า หลังจากนี้ เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาในคดีให้ผู้ต้องขังรายใดต้องโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องขังรายนั้นต้องรับโทษอย่างต่ำมาแล้วกี่ปี จึงได้รับการพิจารณาปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดได้ และมีผลต่อการได้รับพิจารณาเสนอขอพระราชทานอภัยโทษลดโทษ เพราะการแก้ไขกฎกระทรวงฯ กรณีการปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด จะเป็นการอุดช่องโหว่ของการที่โทษสูง แล้วจะถูกจำกัดให้ได้รับการพิจารณาอภัยโทษลดโทษ
ขณะที่ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์ขั้นต่ำจำนวนปีที่ผู้ต้องขังในคดีอัตราโทษสูงหรือคดีร้ายแรง จะต้องรับโทษจำคุกจริงก่อนจะได้รับการปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดนั้น จำนวนปีของการรับโทษจริงจะเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำตามสากล ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือของคณะทำงานอีกครั้ง ว่าจะได้บทสรุปจำนวนขั้นต่ำอย่างน้อยกี่ปี ในกรณีของนักโทษประหารชีวิต และนักโทษที่ศาลให้จำคุกตลอดชีวิต ซึ่งหากท้ายสุดแล้วสำเร็จลุล่วง ก็จะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานภายในที่ประชุมคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ว่า กรรมการที่ประชุมได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่า กรณีหากผู้ต้องขังคดีใดที่ศาลมีคำพิพากษาโทษประหารชีวิต เมื่อต้องเข้าสู่เรือนจำ จะต้องรับโทษจำคุกมาไม่น้อยกว่า 25 ปี ก่อนจะได้เข้าสู่กระบวนการปรับเลื่อนชั้น ตามกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562
ขณะที่ผู้ต้องขังรายใดที่ศาลมีคำพิพากษาต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ก็จะต้องรับโทษจำคุกในเรือนจำมาไม่น้อยกว่า 20 ปี ก่อนจะได้รับการพิจารณาปรับเลื่อนชั้นนักโทษ ซึ่งมันเป็นสาระสำคัญตรงที่ว่า ชั้นของนักโทษเด็ดขาด ย่อมมีผลต่อการถูกเสนอชื่อพิจารณาได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ ดังนั้น คณะทำงานจึงเห็นว่า กรณีที่ผู้นั้นต้องโทษในคดีอุกฉกรรจ์ คดีโทษสูง คดีร้ายแรง ย่อมมีความจำเป็นที่ควรรับโทษจำคุกมาในระยะเวลาดังกล่าวก่อน ก่อนที่จะได้ปรับเลื่อนชั้น เพื่ออุดช่องว่างไม่ให้ได้รับการอภัยโทษลดโทษ จนโทษเหลือน้อยกว่าที่ศาลมีคำสั่งพิพากษา หรืออาจส่งผลให้พ้นโทษเร็วกว่ากำหนดโทษ
อย่างไรก็ดี กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้จะไม่ได้ครอบคลุมถึงผู้ต้องขังในคดีทั่วไป ที่ไม่ได้โทษร้ายแรง หรือโทษสูง โดยถ้าหากเป็นผู้ต้องขังในคดีทั่วไป ก็ยังคงยึดในหลักเกณฑ์เดิม คือ เมื่อเข้าสู่เรือนจำแล้ว จะได้รับการจัดชั้นนักโทษเด็ดขาด อยู่ในชั้นกลาง ซึ่งจะแตกต่างจากผู้ต้องขังในคดีโทษร้ายแรง โทษสูง คดีอุกฉกรรจ์ หรือคดียาเสพติดรายใหญ่ ที่เมื่อรับโทษมาถึงระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 20-25 ปีแล้ว จึงจะได้รับการถูกจัดให้อยู่ในชั้นต้องปรับปรุงมาก เชื่อว่าจะมีผลอุดช่องโหว่กรณีแบบนายเล่าต๋า แสนลี่ และนายฑนา เกิดทอง หรือป๋อง ได้เป็นอย่างดี