สระแก้ว –ทุ่งนาบ้านหนองจาน- หนองหญ้าแก้ว เขียวขจีแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติหลังสถานการณ์ชายแดนสงบ ทั้งไถนา หว่านข้าว ทั้งเลี้ยงวัว-เลี้ยงควาย ทำนารอวันเก็บเกี่ยว แม้เจ้าหน้าที่ยังคงวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด
วันนี้ (20 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศชุมชนชายแดนบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หลังสถานการณ์ตามแนวชายแดนกลับเข้าสู่ความสงบ และเจ้าหน้าที่ทยอยคืนพื้นที่ให้ประชาชนสามารถกลับเข้าไปประกอบอาชีพได้ตามปกติ
ตลอดแนวถนนศรีเพ็ญ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความกังวลเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยสองข้างทางปรากฏผืนนาที่เต็มไปด้วยต้นกล้าข้าวสีเขียวขจี เกษตรกรทยอยกลับเข้าไปไถดิน หว่านข้าว ใส่ปุ๋ย และดูแลแปลงนา ภายใต้การดูแลด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัย
ป้าทองจันทร์ นกแพน อายุ 61 ปี เกษตรกรในพื้นที่ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมค่อนข้างสงบ ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ ทำให้ชาวบ้านคลายความหวาดกลัวลงและสามารถกลับมาดูแลพื้นที่ทำกินของตัวเองได้ แต่ยังคงไม่ประมาท ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เนื่องจากพื้นที่ยังเป็นเขตชายแดน
ป้าทองจันทร์ กล่าวว่า การปิดด่านและจำกัดการเข้า-ออกบริเวณชายแดน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น เพราะไม่มีบุคคลจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทยเหมือนที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกว่าทรัพย์สินและผลผลิตทางการเกษตรได้รับการดูแลมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ แปลงนาของตนเคยได้รับความเสียหายจากการถูกเหยียบย่ำจนต้นข้าวล้ม ทำให้ได้รับความเดือดร้อนและกังวลอย่างมาก แต่เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ความสงบ ชาวบ้านสามารถกลับมาดูแลพื้นที่และผลผลิตได้อีกครั้ง จนวันนี้พูดได้เต็มปากว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้สถานการณ์โดยรวมจะสงบลง แต่ตลอดแนวถนนศรีเพ็ญยังพบแนวรั้วลวดสนามของเจ้าหน้าที่ทอดยาวตามพื้นที่ชายแดน โดยบางจุดมีการเสริมแนวรั้วถึง 2 ชั้น สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมการเข้า-ออกยังคงดำเนินการอย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านบางส่วนที่ก่อนหน้านี้ต้องนำวัวและควายออกไปเลี้ยงในพื้นที่อื่น เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนไม่เอื้ออำนวย ก็เริ่มทยอยนำสัตว์เลี้ยงกลับเข้ามาในพื้นที่ริมถนนศรีเพ็ญอีกครั้ง ส่วนเกษตรกรหลายรายต่างเดินทางเข้ามาดูแลแปลงนา หว่านปุ๋ย และซ่อมแซมต้นกล้าที่ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้พื้นที่ชายแดนที่เคยเงียบเหงากลับมามีบรรยากาศคึกคักอีกครั้ง และกำลังกลายเป็นภาพของการเริ่มต้นชีวิตและอาชีพของคนชายแดนที่กลับคืนมาอีกครั้ง.