เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – ลี ชุก-หยาน (Lee Cheuk-yan) and โจว ฮั่งถัง (Chow Hang-tung) ผู้นำองค์กรฮ่องกงอัลไลแอนซ์ (the Hong Kong Alliance) โดนศาลฮ่องกงพิพากษาภายใต้กฎหมายความมั่นคงใหม่ปี 2020 ตัดสินว่ามีความผิดฐานปลุกปั่นเพื่อล้มล้างหลังเป็นออร์แกไนเซอร์จัดงานรำลึกการปราบปรามจตุรัสเทียนอันเหมินปี 1989 มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ด้านแอมเนสตีออกโรงประณามชี้ เป็นการตัดสินจากนิยามฐานความผิดที่คลุมเคลือ การตัดสินผู้นำทั้งสองในวันนี้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายความมั่นคงใหม่มีไว้เพื่อลงโทษและปิดปากกลุ่มเรียกร้องอย่างสันติวิธี
เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันศุกร์(21 ส.ค)ว่า 2 ผู้นำนักเคลื่อนไหวฮ่องกงชื่อดังผู้จัดงานรำลึกจตุรัสเทียนอันเหมินประจำปีถูกศาลฮ่องกงตัดสินมีความผิดฐานปลุกปั่นเพื่อล้มล้าง ถือเป็นคดีสำคัญหลังการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงใหม่ฮ่องกงปี 2020
ลี ชุก-หยาน (Lee Cheuk-yan) วัย 69 ปีและ โจว ฮั่งถัง (Chow Hang-tung)วัย 41 ปี ผู้นำองค์กรฮ่องกงอัลไลแอนซ์ (the Hong Kong Alliance) ยุยงผู้อื้นให้จัด วางแผน และเข้าร่วมในการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยมุมมองเพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐ อ้างอิงจากรายงานสรุปของศาลที่มอบให้นักข่าว
จำเลยทั้งสองเผชิญหน้าโทษจำคุกสูงสุดนาน 10 ปีในเรือนจำ การลงโทษคาดว่าจะเกิดขึ้นในภายหลัง
ทั้งนี้การไต่สวนลีและโจวเริ่มมาตั้งแต่มกราคมใช้เวลานานตลอด 24 วัน ในขณะที่จำเลยคนที่ 3 วัย 74 ปี อดีตส.สฮ่องกง อัลเบิร์ต โห (Albert Ho) ยอมรับความผิดเมื่อมกราคม
โจวซึ่งเป็นตัวแทนของตัวเองกล่าวต่อศาลฮ่องกงว่า กฎหมายด้วยตัวเองแล้วกำลังอยู่ระหว่างการทดลอง
ลีและโจวเป็นผู้นำขององค์กรฮ่องกงอัลไลแอนซ์ (Hong Kong Alliance) ที่เป็นตัวตั้งตัวตีจัดงานประจำปีการรำลึกจตุรัสเทียนอันเหมินที่ปักกิ่งส่งรถถังเข้ากวาดล้างกลุ่มนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 1989 ท่ามกลางสายตาจับจ้องไปทั่วโลก
ภายในศาล ผู้นำทั้งสองได้โบกมือให้กับบรรดาผู้สนับสนุน คนทั้งคู่มีเจ้าหน้าที่เรือนจำประกบรอบตัว ซึ่งลีดูเหมือนนิ่งสงบระหว่างที่ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาออก ก่อนที่จะใช้มือทำสัญลักษณ์รูปหัวใจและโบกมือให้บรรดาผู้สนับสนุนก่อนถูกนำตัวออกไปจากศาล
ทั้งนี้แต่เดิมฮ่องกงและมาเก๊าเป็นแค่ 2 ดินแดนของจีนที่อนุญาตให้สามารถทำการรำลึกเหตุการณ์สังหารหมู่จตุรัสเทียนอันเหมินได้
แต่ทว่าการจัดงานรำลึกสาธารณะถูกประกาศห้ามในทันทีนับตั้งแต่ปักกิ่งได้สั่งบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงใหม่ปี 2020 ต่อฮ่องกงตามหลังปี 2019 ที่ฮ่องกงเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ตลอดทั้งปีโดยกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกงและปลายปี 2019 ยังสามารถชนะแลนด์สไลด์ต่อการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นสร้างความวิตกต่อปักกิ่ง
บรรดาผู้นำพันธมิตรฮ่องกงถูกดำเนินคดีเมื่อปี 2021 และอยู่ในเรือนจำมาตั้งแต่นั้น ซึ่งก่อนที่ศาลฮ่องกงจะตัดสินพบว่า โจว ฮั่งถังได้เขียนจดหมายจากเรือนจำที่เดอะการ์เดียนได้เห็นโดยจ่าหน้าถึงนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่ แอนดี เบอร์แนม
โจว นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์กล่าวในตอนหนึ่งว่า “พวกเขาพยายามที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ฮ่องกง..พวกเขาอย่างแน่นอนต้องการลบความทรงจำบางอย่าง หรือความทรงจำของบางหน้าของประวัติศาสตร์ของพวกเรา”
และเสริมว่า
“อังกฤษมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ไม่สามารถบ่ายเบี่ยงได้ในการต้องมีจุดยืนที่แข็งแกร่งมากขึ้นในการเผชิญหน้าต่อภัยคุกคามเพิ่มมากขึ้นจากเผด็จการและความก้าวร้าวของจีน”
ซึ่งคดีนี้มีหัวใจสำคัญที่สโลแกนของฮ่องกงอัลไลแอนซ์เรียกร้องให้ยุติการปกครองแบบพรรคเดียว โดยศาลฮ่องกงพบว่า จำเลยมีความตั้งใจต้องการให้ผู้อื่นสูญเสียความเชื่อมั่นในพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วยการสร้างความเป็นปรปักษ์และทำให้เกิดการแบ่งแยก
จำเลยโต้ว่าองค์กรพันธมิตรอ่องกงกำลังใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น
ขณะที่องค์กรแอมเนสตีสากลออกมาได้แถลงโต้ว่า คดีของลีและโจวนี้ไม่มีความเป็นธรรมเพราะคดีขึ้นอยู่กับนิยามที่คลุมเคลือของข้อหาการล้มล้าง
เฟอร์นานโด เจ้ง (Fernando Cheung) โฆษกแอมเนสตีฮ่องกงในต่างแดนออกแถลงการณ์หลังคำพิพากษาออกมาวันนี้(21)ว่า
“คดีนี้แสดงให้เห็นว่าคำตัดสินแสดงให้เห็นว่ากฎหมายความมั่นคงฮ่องกงนั้นถูกใช้เพื่อลงโทษประชาชนในการรำลึกอย่างสันติต่อหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่มืดมิดที่สุดในประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่”
และคำแถลงบางส่วนระบุว่า “...คำพิพากษาวันนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่มืดมิดในความพยายามของรัฐบาลเพื่อที่จะลบมรดกตกทอดเหล่านั้นและปิดปากกลุ่มคนที่แสวงหาความจริง ความยุติธรรม และความรับผิดชอบ”
ส่วนซาราห์ บรูคส์ (Sarah Brooks) ผู้ช่วยผู้อำนวยการภูมิภาคของแอมเนสตีสากล กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “โจว ฮั่งถัง และ ลี ชุก-หยาน ไม่ได้กระทำความผิดในอาชญากรรมใดๆ คนเหล่านั้นกระทำผิดต่อบทบาทการรวมตัวอย่างสันติสำหรับกลุ่มคนที่โดนสังหารโดยเจ้าหน้าที่จีนเมื่อวันที่ 4 มิ.ย ปี1989”
ในแถลงการณ์ยังกล่าวว่า ฮ่องกงสมควรยุติการดำเนินคดีต่อกลุ่มคนที่ต้องการให้พิธีรำลึกเทียนอันเหมินยังคงอยู่และจัดการกลุ่มผู้กระทำความผิดแทน
พร้อมยังเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำทั้งสองในทันทีโดยกล่าวว่าผู้นำนักเคลื่อนไหวทั้งสองไม่สมควรถูกจับกุมดำเนินคดีตั้งแต่แรก
ตำรวจจำนวนมากรวมตัวอยู่ด้านนอกศาลพร้อมผลักดันให้กองทัพนักข่าวออกไประหว่างที่คนเหล่านั้นหยุดการถ่ายภาพผู้สนใจที่ต่อคิวด้านนอกก่อนการพิจารณาจะเริ่มในวันนี้(21) มีบางส่วนต้องยอมค้างคืนเพื่อรอจองคิวในแถวให้สามารถมีสิทธิ์เข้าไปฟังคำตัดสินด้านในศาลได้
หนึ่งในผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นกับนักข่าวเดอะการ์เดียนว่า “สำหรับผม คดีนี้แสดงให้เห็นถึงอำนาจเผด็จการของปักกิ่งในการเปลี่ยนสังคมฮ่องกงผ่านกฎหมายความมั่นคง”
ส่วนอีกคนกล่าวว่า “ผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าการควบคุมทั้งหมดของรัฐบาลกลางจีนในแง่การบังคับใช้ความมั่นชาติในภูมิภาค”
สื่ออังกฤษชี้ว่า ทั้งนี้เมื่อครั้งฮ่องกงถูกส่งมอบกลับคืนสู่จีน ฮ่องกงได้รับคำมั่นสัญญาเสรีภาพการเมืองบางอย่างที่ไม่มีในจีนแผ่นดินใหญ่