21 สิงหาคม 2569
แรงกดดันจากชาติตะวันตกต่อรัฐบาล อ.ร.อ. เพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังผู้นำ **สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ แคนาดา และนอร์เวย์** ออกแถลงการณ์ร่วม ประณามการเดินหน้าโครงการนิคม **E1** ในเขตเวสต์แบงก์ และเรียกร้องให้ยกเลิกแผนดังกล่าวทันที โดยอ้างอิงแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่ผ่านรัฐบาลสหราชอาณาจักร
ชนวนล่าสุดเกิดจากการที่ทางการ อ.ร.อ. เปิดประมูลก่อสร้างที่อยู่อาศัยมากกว่า **1,200 ยูนิต** ในพื้นที่ E1 ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงเยรูซาเล็มกับนิคม Ma'ale Adumim และเป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ที่เตรียมสร้างบ้านประมาณ **3,400 ยูนิต** ตามรายงานของ Euronews
ผู้นำทั้ง 7 ประเทศระบุว่า การเดินหน้าโครงการในช่วงที่สถานการณ์เวสต์แบงก์ตึงเครียดอยู่แล้วเป็นเรื่อง **“ไม่อาจยอมรับได้”** พร้อมเตือนว่า E1 จะยิ่งทำลายความเป็นไปได้ของแนวทางสองรัฐ เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อความต่อเนื่องของดินแดนปาเลสไตน์
หากโครงการ E1 ถูกสร้างเต็มรูปแบบ จะยิ่งแยก **เยรูซาเล็มตะวันออกออกจากเวสต์แบงก์** และทำให้พื้นที่ปาเลสไตน์ตอนเหนือกับตอนใต้เชื่อมต่อกันได้ยากขึ้น ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติเคยเตือนว่าโครงการนี้เป็นภัยร้ายแรงต่อความเป็นไปได้ของรัฐปาเลสไตน์ที่มีดินแดนต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ หลายประเทศยุโรปได้เพิ่มแรงกดดันต่อการขยายนิคมในเวสต์แบงก์อย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นหารือมาตรการ **จำกัดหรือห้ามนำเข้าสินค้าจากนิคม** โดย **คายา คัลลาส** ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ระบุว่า แนวทางห้ามการค้ากับนิคมได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกจำนวนมากที่สุดในตัวเลือกที่หารือกัน แม้อียูยังไม่มีฉันทามติขั้นสุดท้าย
ด้านรัฐบาล อ.ร.อ. ยังคงปกป้องนโยบายของตน โดย **กิเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ** ตอบโต้สหราชอาณาจักรว่า มุ่งกล่าวโทษฝ่าย อ.ร.อ. ขณะที่ละเลยปัญหาความรุนแรงจากฝ่ายปาเลสไตน์ และยืนยันว่า อ.ร.อ. จะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง ตามรายงานของสื่อต่างประเทศ
การออกแถลงการณ์พร้อมกันของ 7 ประเทศครั้งนี้จึงสะท้อนว่า **แม้แต่พันธมิตรตะวันตกของ อ.ร.อ. เองก็เพิ่มแรงกดดันต่อการขยายนิคมในเวสต์แบงก์** เพราะหาก E1 เดินหน้าต่อจนสมบูรณ์ ความเป็นไปได้ของการตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่มีดินแดนเชื่อมต่อกัน อาจยิ่งห่างไกลออกไปอีก
#NEWS1 รายงาน