ไม่กี่วันหลังจากเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล พระชายา แจ้งข่าวอันน่าตกตะลึงเผยว่ากำลังย้ายกลับไปอยู่ในสหราชอาณาจักร ตามหลังชีวิตที่เต็มไปด้วยความวุ่นวยนโกลาหลในแคลิฟอร์เนีย ล่าสุดได้มีทฤษฎีสมคบคิดต่างๆนานาโผล่ขึ้นมา ท่ามกลางคำถามที่ว่าเหตุใดทั้งคู่จึงต้องการกลับไปยังประเทศที่เคยบรรยายภาพไว้ว่าเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยการเหยียดเชื้อชาติและความเป็นปรปักษ์ อีกทั้งยังเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของทั้ง 2 และลูกๆ ในนั้นรวมถึงข่าวลือที่ว่าการย้ายกลับครั้งนี้ เพื่อรักษาชีวิตคู่ที่ดูเหมือนจะง่อนแง่นเต็มที
เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ติดตามข่าวราชวงศ์ ที่จะทำความเข้าใจว่าเหตุใดเมแกนจึงต้องการกลับไปใช้ชีวิตในอังกฤษอีกครั้ง เนื่องจากอดีตนักแสดงทีวีชาวอเมริการายนี้ เริ่มไม่เป็นที่นิยมชมชอบอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนชาวสหราชอาณาจักร ซึ่งรู้สึกเหมือนถูกทรทรยศโดย Megxit (เหตุการณ์ที่ เจ้าชายแฮร์รี และ เมแกน มาร์เคิล ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ประกาศลดบทบาทและขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์อังกฤษ เพื่อไปใช้ชีวิตอิสระและหาเงินด้วยตัวเอง)
ทั้งนี้ เมแกน ปฏิเสธที่จะปรากฏตัวต่อสาธารณชนร่วมกับเจ้าชายแฮร์รีระหว่างการเดินทางไปสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ในเรื่องนี้ ตินา บราวน์ ผู้สื่อข่าวสายพระราชวัง รวมไปถึง วิคตอเรีย วอร์ด และ คามิลลา โทมิเนย์ 2 ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟ ให้คำอธิบายเกี่ยวกับการตัดสินใจอันน่าประหลาดใจในการย้ายกลับไปใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักรของดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ โดยมองว่า เมแกน มีงานหนึ่งๆรออยู่ มันเป็นงานแสดง เป็นการกลับสู่อาชีพเก่า หลังจากเธอพยายามเป็นกูรูด้านไลฟ์สไตล์ระดับมาร์ธา สจ๊วต แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ระหว่างพูดคุยในรายการ Daily T podcast ทาง วอร์ด และ โทมิเนย์ เชื่อว่าเมแกนน่าจะมีงานรออยู่ในสหราชอาณาจักร ส่วน บราวน์ ก็ยืนยันความเป็นไปได้นี้เช่นกัน แต่บอกว่าโปรเจ็คดังกล่าวยังไม่ชัดเจน ขณะที่สำนักข่าวเทเลกราฟและบีบีซี รายงานว่าคนใกล้ชิดของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ก็ไม่ปฏิเสธคำกล่าวอ้างนี้
"อย่างไรก็ตามอย่างน้อยๆ มันก็ทำให้ในที่สุด แฮร์รี่ก็สามารถโน้มน้าวให้เธอเห็นดีเห็นงามกับความต้องการที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นของเขา ที่อยากจะหนีไปจากดินแดนแห่งนี้และกลับบ้านกลับสู่โลกที่เขาเข้าใจ" บราวน์กล่าว
กระนั้น ร็อบ ชูเตอร์ นักเขียนสายบันเทิง มองว่าไม่ว่าเมแกนจะมีงานในสหราชาอาณาจักรรออยู่หรือไม่ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีทางเลือกยกเว้นแต่ยอมทำตามความประสงค์ของเจ้าชายแฮร์รี ในการกลับสู่ประเทศบ้านเกิดเมืองนอน "พระองค์รู้สึกทุกข์ใจอย่างยิ่งในแคลิฟอร์เนีย และเริ่มไม่มีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ กับชีวิตที่พวกเขาสร้างขึ้นในมอนเตซิโต"
แหล่งข่าวบอกกับชูเตอร์ ว่า "ชีวิตคู่ของทั้งคู่กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก และการย้ายกลับสหราชอาณาจักร เป็นความพยายามสุดท้ายที่จะรักษาชีวิตคู่พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก เจ้าชายแฮร์รีไม่มีความสุขเลย และเมแกนรู้ดีว่าเธอจะคอยแต่เรียกร้องให้เขาใช้ชีวิตในแบบที่ทำให้เขาไม่มีความสุขต่อไปไม่ได้แล้ว" ชูเตอร์อ้างแหล่งข่าว "เมแกนตัดสินใจทำในเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะว่าเธอยากทำ แต่เธอต้องทำเพราะเชื่อว่ามันจำเป็นต้องทำ เธอไม่ต้องการเสียแฮร์รีไป และเธอรู้ว่าบางอย่างจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง"
ครั้งที่บินออกจากสหราชอาณาจักร ด้วย "เที่ยวบินแห่งอิสรภาพ" ทั้งคู่บ่นถึงข้อจำกัดของชีวิตในราชวงศ์และความยากลำบากต่างๆ รวมถึงการถูกจับตามองอย่างไม่ลดละจากสื่อมวลชนอังกฤษ ทั้ง 2 อวดอ้างถึงศักยภาพที่จะก้าวมาเป็นเจ้าพ่อสื่อผู้มั่งคั่ง นักการกุศลผู้ได้รับการยกย่อง และผู้นำทางความคิดระดับโลก แต่ในกระบวนการพยายามบรรลุสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "อิสรภาพทางการเงิน" ทำให้พวกเขาถูกแปลกแยกจากราชวงศ์ของแฮร์รี
สายสัมพันธ์อันสำคัญยิ่งระหว่างเจ้าชายแฮร์รีกับราชวงศ์สั่นคลอน ผ่านการทำสารคดีลงใน Netflix บอกเล่าเรื่องราวความรัก และเหตุผลที่ต้องลดบทบาทจากสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสะท้อนรอยร้าวภายในราชวงศ์อย่างกว้างขวาง
ในเวลาไม่นานก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ต้นทุนทางความคิดสร้างสรรค์เพียงอย่างเดียวที่แฮร์รี่และเมแกนมี ก็คือความสามารถในการนำเรื่องฉาวโฉ่ของราชวงศ์มาเปิดโปง แต่แหล่งวัตถุดิบในเรื่องราวของทั้งคู่ก็เริ่มร่อยหรอลง ในขณะที่กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 2, เจ้าชายวิลเลียมและสมาชิกเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆได้ปลีกตัวออกห่างจากทั้งคู่ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว แฮร์รีและเมแดน ก็สูญเสียข้อตกลงมูลค่ามหาศาลที่ทำไว้กับเน็ตฟลิกซ์และ Spotify ในนั้นรวมถึงกรณีที่เน็ตฟลิกซ์ให้การสนับสนุนรายการไลฟ์สไตล์โชว์ของเมแกน และบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารระดับพรีเมียม As Ever ของเธอ
"ความตึงเครียดเรื่องเงินก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากโครงการที่ทำร่วมกับเน็ตฟลิกซ์ และ Spotify ต่างถูกต่อสัญญาเพียงเล็กน้อยหรือไม่ก็ต้องยุติโครงการลงไปโดยสิ้นเชิง" ผู้สัดทัดกรณีแสดงความเห็น
บราวน์ กล่าวต่อว่า ได้มีหายนะทางการเงินครั้งใหม่เกิดขึ้นอีกอย่าง ในสัปดาห์ที่แฮร์รีและเมแกนอยู่ในสหราชอาณาจักร นั่นคือการที่เจ้าชายแฮร์รี พ่ายแพ้อย่างย่อยยับในคดีที่พระองค์ยื่นฟ้องเดลีเมลเป็นการส่วนพระองค์ และพระองค์มีโอกาสที่จะถูกสั่งให้แบกรับค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในคดีร่วมกับจำเลยอีกหกคน รวมถึงเอลตัน จอห์น เป็นเงินกว่า 24.3 ล้านดอลลาร์
(ที่มา:ชิคาโกทรีบูน)