นครปฐม – “วราวุธ” รมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจโกดังร้างเก็บ อะลูมิเนียมดรอสกว่า 1.2 หมื่นตัน หลังชาวบ้านร้องเรียนได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นและกังวลความปลอดภัย พบของกลางถูกบรรจุในถุงบิ๊กแบ็กกว่า 8,000 ถุง อาคารเริ่มชำรุด น้ำฝนรั่วซึม เสี่ยงเกิดก๊าซไวไฟและเพลิงไหม้ จี้เร่งหาทางขนย้ายและกำจัดอย่างถูกวิธี
วันนี้( 22 ส.ค.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมนายศุภโชค ศรีสุขจร ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท เอวาย 2021 จำกัด ตั้งอยู่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม หลังชาวบ้านร้องเรียนกรณีได้รับกลิ่นรบกวนจากโรงงานที่หยุดประกอบกิจการและไม่มีผู้ดูแล
โรงงานดังกล่าวถูกดำเนินคดีฐานตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงครอบครองตะกรันอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดอายัดสิ่งของภายในและภายนอกโรงงานไว้ทั้งหมด แต่ต่อมาพบว่าตะกรันอะลูมิเนียมเริ่มรั่วซึมและส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนโดยรอบ
จากการตรวจสอบพบว่า ภายในโรงงานมีเครื่องจักรและเตาหลอม 2 ชุด รวมถึงระบบบำบัดมลพิษทางอากาศที่ไม่สามารถใช้งานได้ ขณะที่บริเวณด้านหลังและโดยรอบอาคารพบถุงบิ๊กแบ็กบรรจุอะลูมิเนียมดรอสประมาณ 8,258 ถุง น้ำหนักรวมกว่า 12,387 ตัน โดยอาคารบางส่วนเริ่มชำรุดและมีหลังคารั่ว ทำให้น้ำฝนสัมผัสกากอุตสาหกรรมดังกล่าว
อะลูมิเนียมดรอสเป็นกากจากกระบวนการหลอมหรือรีไซเคิลอะลูมิเนียม และถูกจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เมื่อสัมผัสน้ำหรือความชื้นอาจก่อให้เกิดก๊าซที่เป็นอันตรายและก๊าซไวไฟ รวมถึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ จึงจำเป็นต้องเร่งจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
นายวราวุธ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือหากเกิดเพลิงไหม้ขึ้นจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ จึงต้องเร่งป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ โดยหากสามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ได้อย่างถูกวิธี ควรเร่งดำเนินการ พร้อมยอมรับว่าหลายพื้นที่ยังมีปัญหาลักษณะเดียวกัน และต้องพิจารณางบประมาณในการขนย้าย ขณะที่หลักการคือผู้ประกอบการต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย
เบื้องต้น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐมจะหารือกับพนักงานสอบสวนว่า ยังมีความจำเป็นต้องเก็บอะลูมิเนียมดรอสไว้เป็นของกลางหรือไม่ หากไม่มีความจำเป็น จะดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย เพื่อให้เจ้าของโกดังหรือเจ้าของที่ดินดำเนินการขนย้ายและกำจัดอย่างถูกวิธี หากไม่ดำเนินการตามกำหนด เจ้าหน้าที่สามารถใช้มาตรการทางปกครองเข้าไปดำเนินการแทน และเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้กระทำผิดภายหลัง
ด้านนายศุภโชค กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นปัญหาที่ชาวบ้านร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2567 แม้มีคำสั่งให้ระงับการดำเนินการแล้ว แต่ยังเกิดปัญหาการตกค้างของอะลูมิเนียมดรอสซึ่งเป็นสารอันตราย จึงต้องเร่งแก้ไขและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมประสานกระทรวงอุตสาหกรรมติดตามปัญหาในพื้นที่อื่นด้วย
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมผลักดันการปรับปรุง พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ประกอบการตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle) รวมถึงแนวทางให้โรงงานที่มีความเสี่ยงสูงวางหลักประกันเพื่อเยียวยาความเสียหาย และจัดตั้งกองทุนแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับประชาชนและภาครัฐในอนาคต.