xs
xsm
sm
md
lg

"ไฮโซน้ำหวาน" เผยนาทีวิกฤติ "นาวินต้าร์" ฮีทสโตรก​ เกือบเป็นเจ้าชายนิทรา​ ลั่นถึงติดเตียงก็ไม่ทิ้ง!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"ไฮโซน้ำหวาน" เผย "นาวินต้าร์" เคยเกือบตายคาสนามแข่ง ฮีทสโตรกต้องไปกู้ชีฟที่รพ. หมอเผยอาจเป็นเจ้าชายนิทรา ต้องตัดสินใจให้ดี ว่าพร้อมดูแลหรือไม ลั่นถึงแม้สามีจะถึงขั้นนอนติดเตียง​ ก็จะไม่ทิ้ง​ เพราะรักคำเดียวที่ทำให้อยู่กันมาขนาดนี้

หลังจากที่ล่าสุด​มีภาพว่า​ "ไฮโซน้ำหวาน​ พัสวี​ พยัคฆบุตร" กำลังรักษาตัว​ โดยต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ​ ซึ่งเป็นทางเพื่อนสนิทที่ออกมาโพสต์ภาพและข้อความ​ ประมาณว่าแม้จะป่วยขนาดนี้​ แต่ก็ยังต้องขอหมออัดยาเพื่อกลับไปดูแลลูกให้ทันก่อนลูกตื่น​ รับบทเดอะแบกที่ดูแลทุกคน​ และยังแช่งคนที่ทำให้ครอบครัวเพื่อนต้องแตกแยกด้วย

ซึ่งก่อนหน้านั้น​ ไฮโซน้ำหวาน​ เองเคยให้สัมภาษณ์พิเศษกับทางทีมข่าวบันเทิง​ manager online ถึงวันที่เคยเกิดวิกฤติกับ​ "นาวิน​ ต้าร์" ผู้เป็นสามี​ เมื่อครั้งที่สามีเคยเกิดอาการฮีทสโตรก​ ถึงขั้นที่พ่อสามีเคยบอกว่าอาจถึงขั้นเป็นเจ้าชายนิทรา​ ทำให้สาวน้ำหวานต้องวิ่งเต้นทุกอย่าง​  จนในที่สุดสามีก็รักษากลับมาได้เป็นปกติ

"คือต้องบอกว่าสิ่งที่ดูแลกันมาแล้วมันยังทำให้เรายังเป็นห่วงเขาอยู่ ก็คือมันผ่านเหตุการณ์หลายๆ อย่างมาด้วยกัน อย่างตอนที่พี่ต้าร์เขาเป็นฮีตสโตรก ตอนนั้นพี่ต้าร์เขาออกไปวิ่งให้องค์กรหนึ่ง เขายังไม่ทันไม่เข้าเส้นชัย เลขาน้ำหวานก็โทรมา บอกว่ามันต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ เลย น้ำหวานก็พยายามโทรติดต่อพี่ต้าร์ ก็ไปเจอโรงพยาบาลรับสาย น้ำหวานก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น พี่ต้าร์อยู่ไหน เขาก็บอกให้รีบมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ตอนนั้นรู้แล้วว่ามันต้องรุนแรง ก็เลยถามว่า เขาจะรอดไหมคะ เขาบอกเขาตอบไม่ได้ ให้มาก่อน

​พอไปถึงคือพี่ต้าร์ไม่รู้สึกตัว แล้วก็สิ่งที่หมอได้มันมาจากนาฬิกาเขา ว่าตอนที่เขาล้มลงไป หัวใจเขาเต้น 171 ครั้งต่อนาที อุณหภูมิร่างกายเขาขึ้นไปถึง 41 ก็คือเขาเป็นฮีตสโตรก อันนี้ฮีตสโตรกของพี่ต้าร์มาจากเขาท้องเสียแล้วเขาไม่รู้ตัว มันยังไม่เสียออกมาข้างนอก มันดูดน้ำในร่างกาย ประกอบกับเขาไปวิ่ง ระหว่างนั้นน้ำหวานก็โทรตามที่บ้านเขา ก็ไปกัน แต่พอไปถึงพี่ต้าร์ไม่ฟื้น เราก็รอพยายามเดินซื้อยา ซื้อน้ำเกลือ ซื้ออะไรมา เพื่อคุณหมอเขาต้องเหมือนทำไตให้ เพราะเขาบอกว่าไม่งั้นไตจะวาย จะไปเพราะไตวาย"

เกือบเป็นเจ้าชายนิทรา​ แต่โชคดีที่รักษากลับมาได้
"​คือตอนนั้นเท่าที่พ่อพี่ต้าร์บอกอาจจะเป็นเหมือนนิทรา น้ำหวานก็คือทำยังไงก็ได้ให้เขายังมีชีวิตไม่อยู่ แต่ว่าหมอโรงพยาบาลเก่งนะคะ ก็ทำจนฟื้นขึ้นมา แต่ตอนฟื้นขึ้นมาเขาจำน้ำหวานไม่ได้ จำอะไรไม่ได้เลย เหมือนกับตาเบลอๆ ว่าอยู่ที่ไหน แล้วน้ำหวานก็ติดต่อเพื่อที่จะเอาพี่ต้าร์ไปโรงพยาบาลที่เราเองอาจจะสะดวกกว่า ก็คือไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ก็ให้ทางโรงพยาบาลเขาประสานกันว่าเคลื่อนย้ายได้ไหม อยู่จนทรงตัว จนเคลื่อนย้ายได้ ก็ย้ายพี่ต้าร์ไป ก็ต้องไปอยู่ใน ICU พี่ต้าร์ต้องปั๊มหัวใจตลอด

ก็คือตอนนั้นเขาไม่ให้น้ำหวานอยู่ข้างใน เราอยู่หน้าห้อง เราก็เห็นอยู่ตลอด นั่งรอหน้าห้อง ICU น้ำหวานก็เลยไปจองโรงแรมติดโรงพยาบาล พอเดินไปถึงโรงแรมปั๊บ โทรตามอีกแล้วว่าปั๊มหัวใจ พอเดินกลับโรงแรมก็โทรมาอีกว่าปั้มหัวใจ​ ก็ต้องเดินกลับไป​ เป็นอยู่อย่างงี้ประมาณ 7 วัน กว่าเขาจะเริ่มจำได้ น้ำหวานก็ถามพี่ต้าร์ว่าพี่เป็นยังไงตอนที่พี่จะต้องปั๊มหัวใจ เขาก็บอกเขากำลังรู้สึกสบาย กำลังจะหลับ กำลังผ่อนคลายที่สุด มันน่ากำลังจะไปแล้ว เขาก็บอกว่าแล้วก็กระตุกพี่ขึ้นมาอีกแล้ว"

เผยแม้สามีจะต้องนอนติดเตียง​ ตนก็พร้อมดูแล
"ตอนที่คุยกันตั้งแต่โรงบาลแรก เขาก็บอกว่าโอกาสที่พี่ต้าร์จะเหมือนต้องนอน มันก็มีโอกาสสูง น้ำหวานก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวน้ำหวานดูแลเอง เพราะถึงย้ายโรงบาล เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับโรงพยาบาลก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องมีใครมาช่วย น้ำหวานก็ดูแลเอง แล้วอยู่มาด้วยกันก็ดูแลกันมาแบบนี้ แค่ครอบครัวเราเท่านั้นที่ดูแลกัน ไม่ได้มีใครมาซัปพอร์ต​ คือต่อให้เขากลับมาไม่ปกติ เราก็ดูแล ยังไงก็ต้องกลับมา จะด้วยสภาพไหนเราก็พร้อม ถ้าติดเตียงคือน้ำหวานก็บอกกับพี่ต้าร์ตั้งแต่ตอนนั้น บอกว่าถึงพี่ไม่ฟื้น แล้วพี่นอนอย่างงี้ตลอด น้องก็ดูแลนะ คือพูดไปตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเขารู้หรือเปล่า เพราะตอนที่เขาลืมตามามอง เขายังจำไม่ได้เลย

แล้วก็ทางหน้าไลฟ์ก็ถามว่า ถ้าปัญหามันเยอะ ทำไมไม่เลิก คือตอนไม่รักอะไรมันก็ได้ แต่พอคนเรารักไปแล้ว มันก็คือรัก อะไรมันก็ยอม แล้วน้ำหวานก็พูดอย่างไม่อายเลยนะคะ รักก็คือรัก แล้วที่ยอมอยู่ทุกวันนี้เพราะอะไร ก็เพราะว่ารักเขา คือน้ำหวานก็บอกว่าถ้าเป็นน้องนะ พี่จะปล่อยให้น้องตายแน่นอนเลย​ ​(หัวเราะ) คือน้ำหวานเป็นคนที่คิดอะไรที่มันอยู่กับความจริง แล้วมันก็จะไม่ได้เจ็บมาก คือบางทีน้ำหวานก็บอกเขาว่าบางทีพี่ก็มีนิสัยบ้านพี่มาบางส่วน แต่พี่ก็ปรับเยอะ เพราะว่าแต่ก่อนนี้ไปไหนกับเพื่อนน้ำหวาน น้ำหวานเลี้ยงเพื่อนตลอด เพราะน้ำหวานรู้สึกว่า น้ำหวานประสบความสำเร็จมาแล้ว เราดูแลเพื่อนได้ แต่อย่างพี่ต้าร์เขาจะแนวอเมริกันแชร์ น้ำหวานก็บอกว่าไม่ได้นะพี่ เพื่อนเรา แล้วเรากินร้านแบบนี้ เพื่อนยังฐานะอะไรอย่างเงี้ย มันไม่เหมือนกัน ถ้าไปกินส้มตำให้เพื่อนเลี้ยงน่ะไปเลย แต่ไปก๋วยเตี๋ยวเรือพี่ต้าร์ก็ไม่กินอีก​ (หัวเราะ)"