พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงเบื้องหลังเหตุความไม่สงบ 51 จุดในพื้นที่ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส คืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมองว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญอาจเป็นการตอบโต้หลังฝ่ายความมั่นคงเร่งกวาดล้างเครือข่ายและตัดแหล่งเงินทุนอย่างหนักในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา
แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า หลังเหตุบูเก๊ะซามี ฝ่ายความมั่นคงได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น และเชิญบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถามเกือบ 30 คน พร้อมเดินหน้ามาตรการ **90 วันพิฆาตยาเสพติด** ซึ่งสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องและตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก
นอกจากยาเสพติดแล้ว ยังมีการกวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อน ซึ่งเฉพาะเดือนกรกฎาคมตรวจยึดได้มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ตรวจยึดบุหรี่ได้อีกประมาณ **2 ล้านมวน พร้อมเงินสด 18.7 ล้านบาท** ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า หลังการจับกุมมีความพยายามวิ่งเต้นและล็อบบี้ตามมา
พล.ท.นรธิปชี้ว่า การปราบปรามเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งเงินทุนของเครือข่าย เพราะกลุ่มขบวนการไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากไม่มีเงินหล่อเลี้ยง จึงมองว่าเหตุ 51 จุดอาจเป็นผลจากหลายปัจจัยที่มาชนกัน ทั้งการกดดันเครือข่าย การกวาดล้างยา และการตัดผลประโยชน์จากของผิดกฎหมายตามแนวชายแดน
ในมุมนี้ จึงเปรียบได้ว่าเครือข่ายถูก **“ทุบหม้อข้าว”** อย่างต่อเนื่อง ทั้งเงินสด ยา บุหรี่เถื่อน และผลประโยชน์สีเทาถูกกระทบ จนแรงกดดันสะสมเพิ่มขึ้น ก่อนเกิดเหตุความไม่สงบครั้งใหญ่ 51 จุดในคืนเดียว
อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงว่าการก่อเหตุทั้งหมดเป็นผลโดยตรงจากการสูญเสียรายได้ ยังเป็นการประเมินจากภาพรวมของฝ่ายความมั่นคง และต้องอาศัยการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเชื่อมโยงของแต่ละเหตุ
#NEWS1 รายงาน